คุณเคยสังเกตมั้ยคะว่าเราได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับคนอ้วนทุกวันเลย
ส่วนใหญ่เป็นข่าวเชิงลบ
หญิงอ้วนคนหนึ่งตัดสินใจดูดไขมันที่ท้อง ต้นขา และสะโพก หมดเงินไปสามแสน แต่ไม่สมปรารถนา กลายเป็นข่าวขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องคุณหมอ
ชายหนุ่มน้ำหนักเกือบสองร้อยกิโลต้องผ่าตัดลดกระเพาะเพราะคุณตาคุณยายสอนให้กินไม่ยั้ง จนกลายเป็นคนกินวันละเจ็ดมื้อ มื้อสุดท้ายคือตีสอง! สุดท้ายอ้วนจนเคลื่อนไหวไม่ไหว ต้องผ่าตัดลดกระเพาะซึ่งเสี่ยงเหลือเกิน
อดีตธิดาช้างเป็นเรื่องราวกับสถานลดความอ้วน เพราะเธอลดความอ้วนไม่ได้ตามที่ตกลงกันไว้ ทั้งๆ ที่ตามเงื่อนไขทุกอย่าง
ทำไมสังคมต้องกดดันคนอ้วนถึงเพียง?
แท้จริงแล้วข่าวคราวเชิงลบเหล่านี้ทำให้ภาพคนอ้วนดูแย่กว่าความเป็นจริง?
แล้วสาวอ้วนเขาจะทนอยู่ภายในเทรนด์ที่นิยมใส่เสื้อไซส์ SSS ได้อย่างไร?
ข่าววงการเสื้อผ้าในต่างแดนแบนนางเอกน้ำหนักตัวต่ำกว่ามาตรฐานจะช่วยอะไรได้มั้ย?
นี่คือกระบวนการทำคนอ้วนให้เป็นอื่น (พวกเป็นภาระสังคม พวกตะกละ พวกขี้โรค) ที่เกิดขึ้นมิต่างอะไรกับการทำคนดำให้เป็นคนขี้เหร่ โดยพวกนักโฆษณาครีมหน้าขาวทั้งหลาย
มีอะไรอยู่เบื้องหลังการลดความอ้วน?
การลดความอ้วนเป็นไปเพื่อผู้ชายงั้นหรือ?
คนเราจะรักกันอยู่ที่น้ำหนักตัวหรือนิสัยใจคอ?
นี่คือเบื้องหลังและแรงบันดาลใจที่ทำให้ดิฉันอยากเขียนนิยายเกี่ยวกับคนอ้วนสักหลายๆ เล่มค่ะ
ต้องขอบอกว่าแท้จริงชาครียาไม่ใช่คนอ้วน แต่เป็นคนที่น้ำหนักตัวต่ำกว่าดัชนีน้ำหนักมวลรวม (คือผอมนั่นเอง) ก่อนหน้านี้ดิฉันเคยเกิดความรู้สึกอึดอัดเมื่ออยู่ใกล้คนอ้วน แต่การค้นคว้าข้อมูลทำให้ได้เรียนรู้และค่อยๆ ปรับความรู้สึกได้แล้วค่ะ
ช่วยกันโอบอุ้ม (จิตใจ) ของคนน้ำหนักเกินและคนอ้วนหนึ่งในสามของประเทศนะคะ
พีพี กล่าว,
กุมภาพันธ์ 9, 2008 @ 7:36 am
ยังไม่เคยเห็นนิยายที่คนอ้วนเป็นนางเอกแท้ ๆ เลย ส่วนใหญ่แล้วพร้อมตอนจบเรื่อง
เคยเห็นเจ้าสาวอ้วยเหมือนกัน ยังคิดว่าน่ารักดี เจ่าบ่าวก็ดูมีความสุข
จะรออ่านนะคะ
beebah กล่าว,
กุมภาพันธ์ 13, 2008 @ 7:30 am
คนอ้วนมากจริงๆ ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
แต่บางคนเจ้าเนื้อนิดๆหน่อยๆ ก็จิตตกแล้ว
เพราะไปไหนมาไหนก็หาเสื้อไซส์ปรกติไม่ได้
มีแต่ไซส์ซูเปอร์เอสๆๆๆ
สาวๆถึงได้เดือดร้อนกันทั่วหัวระแหง เฮ่อ
mafee กล่าว,
กุมภาพันธ์ 22, 2008 @ 6:14 pm
แฟชั่นสาวผอมคงยังอยู่ในเทรนด์ไปอีกนาน
หากลองคิดเล่น ๆ นี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของ Conspiracy theory ในยุคข้าวยากหมากแพง ที่คิดขึ้นมาเพื่อรักษาผลผลิตและอาหารที่ลดน้อยลง
เหมือนกันที่สาวท้วมเคยฮอทฮิตในสมัยโบราณ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และการมีลูกดก ก็เป็น Conspiracy theory เพือเพิ่มแรงงานการผลิตในสมัยที่ยังไม่มีเครื่องจักรกล
.
.
.
.
.
(ล้อเล่นค่ะ)