ยายอ้วนเจ้าเสน่ห์ ตอน 5 ช้างยิ้มยั่วสวาทกับนักกำหนดอาหารกำมะลอ

แม้บรรยากาศภายในร้านบุษลีเบเกอรี่จะตกแต่งแบบเน้นความโปร่งโล่งสบาย โต๊ะเก้าอี้สีขาวสะอาดตา แต่งแต้มด้วยสีเขียวของไม้ประดับ แจกันดอกไม้สีสด แต่มัสลินกลับรู้สึกอัดอัดรำคาญใจเหมือนมีสิ่งกดทับจนต้องขยับตัวและระบายลมหายใจอย่างหงุดหงิดบ่อยจนเอกภพเพื่อนสนิทของเธอต้องส่งสายตาตักเตือนแกมรำคาญให้หลายครั้ง

วันนี้เป็นวันที่เธอมาพบนักกำหนดอาหารที่ผู้เป็นพ่อจัดหามาให้เพื่อเริ่มต้นโปรแกรมลดความอ้วน

“นักกำหนดอาหาร!?” ตอนพ่อบอก เธอร้องเสียงหลง เธอเคยได้ชื่อนักวิชาชีพนี้บ่อยๆ ในรายการสุขภาพในโทรทัศน์ และในหนังสือเกี่ยวกับความสวยความงาม  แม้แต่ในบล็อกช้างยิ้มก็มีสมาชิกเข้ามาถามอยู่บ่อยๆ ว่านักกำหนดอาหารคือใคร ทำอะไรบ้าง

เธอรู้มาว่านักกำหนดอาหารก็คือนักโภชนาการที่ทำงานเชิงลึก แทนที่จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักโภชนาการสำหรับบุคคลทั่วไป นักกำหนดอาหารจะเป็นผู้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้อาหารเพื่อบำบัดโรคภัยไข้เจ็บเฉพาะโรค

มัสลินไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชะตาชีวิตจะนำพาให้เธอมาพบกับนักกำหนดอาหารตัวเป็นๆ ในฐานะผู้เข้ารับการบำบัด

คงเป็นเพราะความโยกโย้เรื่องมากของเธอนั่นเอง เธอตั้งข้อแม้กับผู้เป็นพ่อว่าเธอจะไม่เข้าคอร์สลดความอ้วนตามคลินิกลดความอ้วน เธอจะไม่ยอมอดอาหารจนหิวโซ และเธอจะไม่ยอมเข้าฟิตเนสออกกำลังกายแบบเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมให้ทำท่าซ้ำๆ

แทนที่จะหงุดหงิดเหมือนเช่นทุกครั้ง พ่อเธอยิ้มแป้น บอกว่าเขาจัดเตรียมผู้เชี่ยวชาญด้านการลดความอ้วนแบบไม่ต้องทนหิวไม่ต้องทนเหนื่อย และไม่ซ้ำซากจำเจเตรียมไว้ให้แล้ว เธอไม่คิดว่าผู้เชี่ยวชาญของพ่อจะมาในรูปของนักกำหนดอาหาร

“อย่าบอกนะว่าเขาจะมาสั่งให้ป่านคำนวณแคลอรี่อาหารทุกมื้อ ป่านไม่เล่นด้วยหรอก”

“ป่านลองไปเจอเขา คุยกับเขาเองดีกว่า เขาชื่อพิตต้า”

เธอไม่สนใจหรอกว่านักกำหนดอาหารที่พ่อจัดหาให้มีประวัติเลิศเลอน่าเชื่อถือ เป็นถึงนักกำหนดอาหารที่มีดีกรีลงทะเบียนกับสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งสหรัฐอเมริกา เธอคิดแต่เพียงว่า เธอจะทำให้ “ผู้เชี่ยวชาญ” ของพ่อกระเจิงในครั้งแรกที่พบกันเลยทีเดียว

แม้จะเป็นคนน้ำหนักเกินมาตรฐานมาตั้งแต่จำความได้ และถูกผู้เป็นพ่อเคี่ยวเข็ญให้ลดความอ้วนมาตลอด แต่มัสลินไม่เคยคิดลดความอ้วนเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดความอ้วนเพื่อให้ผู้ชายหันมามอง…เรื่องไร้สาระและไร้สมอง…ยิ่งรู้ว่าปราณมีแผนสกปรกหวังหลอกให้เธอลดความอ้วน ทั้งๆ ที่มีแฟนเป็นตัวตนอยู่แล้วยิ่งต่อต้านแผนการลดความอ้วนครั้งนี้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

นักสืบจำเป็นอย่างเอกภพแอบติดตามปราณอยู่หลายวันจนรู้ว่าปราณมีแฟนอยู่แล้วเป็นคุณหมอเจ้าของคลินิคความงามชื่อดังที่ทำตัวเปรี้ยวจี้ดจนเป็นข่าวสังคมมากกว่าข่าวด้านการรักษา

เธอมองแผนการของปิ่นมณีกับปราณออกแบบทะลุปรุโปร่งเลยทีเดียว ปิ่นมณีกำหนดเงื่อนไขโหดหินให้เธอลดความอ้วนให้ได้ 20 กิโลกรัมและต้องคงน้ำหนักที่ลดลงให้ได้หนึ่งปี เพราะรู้ดีว่ามีคนอ้วนสักหนึ่งในพันที่ทำได้สำเร็จ หากเธอทำไม่สำเร็จนายปราณก็มีข้ออ้างไม่ต้องแต่งงาน ส่วนปิ่นมณีก็จะใช้เงื่อนไขนี้ไปร่วมทุนกับผู้ส่งออกเพชรรายอื่น

เจ้าเล่ห์ทั้งแม่ทั้งลูก!

มัสลินบอกตัวเองว่าเธอจะไม่วิ่งตามแผนเขาให้โง่ให้เหนื่อยและเสียเวลาหนึ่งปีไปฟรีๆ

น่าโมโหนักที่พ่อไม่เชื่อเธอ นำเรื่องแฟนปราณไปถามปิ่นมณี พอปิ่นมณีบอกว่าปราณยังไม่มีแฟน พ่อกลับเชื่อสนิทราวกับถูกเป่าคาถากำกับ ปิ่นมณียังฝากบอกผ่านทางพ่อเธอมาว่า ถ้าอยากพิสูจน์ว่าปราณกับหมอเมทินีมีอะไรกัน เธอก็ต้องหาหลักฐานแบบจับให้มั่นคั้นให้ตายมายืนยัน

“ต้องเอารูปตอนเขานอนกันมาให้ดูพ่อถึงจะเชื่อรึไง?” ตอนนั้นเธอโกรธจัดโวยลั่นอย่างลืมตัว
“ถ้าได้อย่างงั้นก็ดีสิลูก” นนท์ตอบราวกับไม่รู้ว่าลูกสาวประชดประชัน “พ่อจะได้เอาไปให้อาปิ่นดู เขาจะได้เถียงไม่ออก”

ตอนนั้นคนที่พูดไม่ออกคือมัสลิน เธอโกรธกับการยอมจำนนและตกเป็นฝ่ายรับของผู้เป็นพ่อ

“ฉันควรจะดัดหลังนายปราณอย่างไงดีเอก” วันนั้นมัสลินโทรศัพท์กลับไปถามเพื่อนชายอย่างเจ็บใจ “ถ้าเอาคืนนายนี่ไม่ได้ฉันนอนไม่หลับไปหลายคืนแน่”

“เออน่า…แค่เอาไปประจานในบล็อกเขาก็เต้นแล้วนี่ ดี! สมน้ำหน้า!” เอกภพเป็นหนึ่งในคนที่เข้าไปแสดงความเห็นโจมตีชายขี้โรคแอบจิตอย่างเผ็ดร้อน เฉพาะเขาคนเดียวก็สิบความเห็น ทำให้จำนวนความเห็นพุ่งกระฉูดเกินหนึ่งร้อยภายในสิบนาที

ตอนแอบฟังปราณกับเมทินีคุยกันในร้านกาแฟ เขารู้สึกคันไม้คันมือคันปากจนอยากจะกระโดดตบยายหมอหน้าใสที่เรียกขานเพื่อนรักเขาว่า “ธิดาช้าง” และ “ยายฮิปโป” สักฉาดสองฉาด

เอกภพเป็นเพื่อนรักของมัสลิน สนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาเป็นสมาชิกคลับช้างยิ้ม ทั้งๆ ที่หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มเหมือนนายแบบนักกีฬาเพราะเข้าฟิตเนสทุกวัน ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันจนคนอิจฉา มัสลินได้ยินคำพูดแบบจงใจให้เข้าหูอยู่บ่อยๆว่า “อ้วนอย่างนี้ยังมีแฟนหล่ออีก” หรือไม่ก็ “เสียดายนะเธอ ผู้ชายหล้อหล่อ แต่ผู้หญิงอ๊วนอ้วน” มัสลินมักยิ้มรับคำวิจารณ์เหมือนคนใจกว้างเพราะเห็นเป็นเรื่องขบขัน ส่วนเอกภพก็ดูเหมือนจะไม่เดือดร้อนใจ แม้การเดินคู่กับมัสลินจะทำให้หญิงอื่นไม่กล้าเข้ามาวอแว

“ยัง…ยังไม่พอ ผู้ชายเจ้าเล่ห์แบบนี้ต้องเจอแบบกระอักเลือดลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต” ตอนนั้นมัสลินใส่อารมณ์ เหมือนกำลังเล่นเกมตอนนางเอกไล่ล่าพิฆาตศัตรูอย่างมันมือ

ถึงตอนนี้เธอยังคิดไม่ออกว่าจะเอาคืนปราณอย่างไงให้แสบทรวง

“ยายนี่เจ๋งดีว่ะป่าน” เอกภพสะกิดให้เพื่อนดูหญิงสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาในร้านแล้วกราดสายตาไปรอบๆ อย่างมั่นใจ แม้รูปร่างจะอวบท้วมแต่สะดุดตาด้วยเสื้อผ้าสีชมพูสดดีไซน์เก๋ไก๋และเปิดเผยทั้งต้นแขน เนินอก และช่วงขาแบบที่คนอ้วนน้อยคนกล้าสวมใส่ เธอสะพายกระเป๋าที่ใหญ่ทั้งลายดอกไม้และขนาดกระเป๋าสีฉูดฉาด มืออีกข้างถือกระเป๋าเอกสารสีเงินแบบที่คนในวงการโฆษณานิยมใส่ชิ้นงานไปนำเสนอลูกค้า

“ชวนไปเป็นพรีเซนเตอร์สาวมั่นในบล็อกช้างยิ้มได้เลยนะป่าน” เอกภพเป็นชายหนุ่มที่สนใจเรื่องแต่งตัวและแฟชั่นมาแต่ไหนแต่ไร

มัสลินเองก็สนใจผู้มาใหม่ไม่น้อย สมัยนี้คนอ้วนเกลื่อนเมือง แต่มีคนอ้วนน้อยคนนักที่มั่นใจในตัวเอง กล้าแต่งสวย แต่งเด่น เดินในที่สาธารณะอย่างไม่แคร์สายตาสังคมที่มักจัดวางคนอ้วนอยู่ในกลุ่มคนที่ควรเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ในซอกหลืบ ควรแต่งตัวมิดชิดด้วยสีทึมทึบ เพื่อพรางตาเนื้อหนังส่วนเกิน

เอกภพและมัสลินหันไปมองหน้ากันอย่างประหลาดใจเมื่อหญิงสาวที่เขาและเธอแอบชื่นชมส่งยิ้มกว้างและโบกมือทักทายเหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน พลางสาวเท้าเข้ามาหาอย่างกระฉับกระเฉงจนชายกระโปรงบานปลิวตามจังหวะการเดิน

“มาขายประกันรึเปล่าวะป่าน” เอกภพกระซิบท่าทางหวาดๆ เขาเคยเจอยิ้มเหมือนนางงามมิตรภาพแบบนี้ตามป้ายรถเมล์ สุดท้ายกลายเป็นคนขายประกันชีวิต

“สวัสดีค่ะน้องป่าน”

มัสลินนั่งยืดตัวตรงอัตโนมัติ

รู้จักชื่อเธอด้วย!

“พี่ชื่อพิตต้าค่ะ”

คราวนี้มัสลินเบิกตามองผู้มาใหม่อย่างนึกไม่ถึง

จู่ๆ หญิงสาวที่เธอชื่นชมกลับกลายมาเป็นนักกำหนดอาหารที่เธอตั้งใจว่าจะต่อต้านและไม่ให้ความร่วมมือ

มัสลินเริ่มสังเกตรูปลักษณ์ของนักกำหนดอาหารแล้วอดยิ้มไม่ได้ นักกำหนดอาหารของเธอรูปร่างอวบจนแทบหาเส้นแบ่งระหว่างความอวบกับความอ้วนไม่เจอ

ตลกดี…ขนาดน้ำหนักตัวเองยังควบคุมไม่ได้ แล้วจะทำให้เธอผอมลงได้อย่างไร

หญิงสาวผู้มาใหม่ส่งยิ้มเป็นมิตรให้สองหนุ่มสาว พลางสบตาไม่ไว้วางใจของหญิงสาวรุ่นน้องแต่น้ำหนักถือว่าเป็นรุ่นพี่ เห็นท่าทีปกป้องตัวเองของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

พิตต้าเคยเป็นคนอ้วนน้ำหนักเกือบแปดสิบกิโลกรัม ความอ้วนทำให้เธอขาดความมั่นใจ ทุกครั้งที่มีคนมอง ยิ่งเป็นคนที่เธอแอบชอบ เธอมักสติแตกควบคุมอารมณ์ไม่ได้ พูดสิ่งไม่ควรพูด หรือทำท่าลุกลี้ลุกลนซุ่มซ่ามจนโมโหตัวเอง เธอใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข นับวันยิ่งอ้วนเอาอ้วนเอา เพราะยึดเอาเบเกอรี่เป็นเครื่องผ่อนคลายความเครียด กินมากจนกลายเป็นญาติสนิทกับเจ้าของร้านเบเกอรี่ร้านโปรด

โชคดีที่เธอมีเพื่อนสนิทเป็นนักเปียโนและนักดนตรีบำบัดจากนิวยอร์กช่วยใช้ดนตรีบำบัดจนทำให้เธอควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ มั่นใจในตัวเองมากขึ้น กินน้อยลง ออกกำลังกายมากขึ้น ปัจจุบันแม้จะไม่ผอมเพรียวเหมือนนางแบบ แต่เธอกลายเป็นหญิงอ้วนที่มั่นใจในตัวเองและมีความสุขอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนคนรอบตัวตั้งฉายาให้ว่า “สาวอ้วนที่มีความสุขที่สุดในโลก”

ปิ่นมณีมารดาของปราณเป็นเพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกับบุษยา เจ้าของร้านเบเกอรี่แสนน่ารักร้านนี้ และบุคคลที่พิตต้านับถือเหมือนแม่คนที่สองเพราะเป็นขาประจำเค้กช็อกโกแลตมาตั้งแต่เด็ก  ปิ่นมณีเล่าเรื่องมัสลินกับปราณให้บุษยาฟังด้วยความหนักใจ เมื่อบุษยาเล่าประวัติการลดความอ้วนของพิตต้าให้ฟัง ปิ่นมณีก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า คนอย่างพิตต้านี่แหละที่จะทำให้มัสลินเกิดแรงบันดาลใจในการลดความอ้วน

ปิ่นมณีขอร้องบุษยาให้ช่วยพูดกับพิตต้า บุษยาจึงมาขอร้องแกมบังคับให้พิตต้ารับงานนี้อีกต่อหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่า “ไม่ต้องเห็นกับน้าหรอก เห็นแก่คนอ้วนรุ่นน้องเถอะ เขาจะได้พบทางสว่าง ค้นพบความสุขที่แท้จริงเหมือนพิตต้าไง”

หลังจากรับงาน พิตต้านั่งวางแผนกับนาราเพื่อนสนิทที่เป็นนักเปียโนและนักดนตรีบำบัด ผู้ซึ่งเป็นผู้ช่วยให้เธอพ้นจากภาวะอ้วนแบบขาดความมั่นใจ ได้ข้อสรุปที่ลงตัวว่าเธอควรมาพบมัสลินในฐานะนักกำหนดอาหาร

“เป็นอาชีพที่กำลังฮิตในอเมริกา คนเป็นโรคความดัน โรคหัวใจ หรือโรคอ้วนก็ต้องพึ่งนักกำหนดอาหารทั้งนั้น” นาราเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นิวยอร์กสิบกว่าปี และอยู่ในแวดวงการบำบัดทางเลือกแนวใหม่ เธอมักมีแนวคิดล้ำหน้ามานำเสนอเสมอ

พิตต้าจำได้ว่าตอนนั้นเธอเหลือกตามองนาราอย่างตกใจสุดขีด ร้องถามเสียงแหลมว่า

“ชั้นเนี่ยนะจะไปเป็นนักกำหนดอาหาร! ถ้าเขาจับได้ว่าฉันเป็นของปลอมจะแย่เอานา”

“ไม่หรอกน่าพิตต้า เธออ่านงานวิจัยเกี่ยวกับอาหารเยอะกว่านักกำหนดอาหารตัวจริงอีกนะ พี่ใหญ่บอกว่าวันๆ เอาแต่ดูเว็บไซต์สุขภาพ งานการไม่ทำไม่ใช่รึ” นาราแกล้งกระเซ้าในตอนท้าย

พิตต้าค้อนขวับ

“พี่ใหญ่แอบเม้าให้ฟังหละสิ”

“พี่ใหญ่” ที่เธอเอ่ยถึงคือหลานชายของบุษยา คือเจ้านายและผู้ชายคนแรกที่เธอเคยแอบรัก นอกจากจะเป็นคนที่เมื่อเหลือบตามองจะทำให้เธอสติแตกพูดจาไม่รู้เรื่อง เขายังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เธออยากลดความอ้วนและทำได้สำเร็จในที่สุด

เสียดาย ดวงด้านความรักไม่ดีนัก กามเทพเล่นกล จับพลัดจับผลูทำให้เขากลายไปเป็นสามีของนาราไปเสียนี่

ปัจจุบันเธอยังทำงานเป็นเลขาของ “พี่ใหญ่” ซึ่งมีสำนักงานรถเช่าและขายรถอยู่ติดกับร้านเบเกอรี่นี่เอง

พิตต้าเลือกสถานที่นัดพบ “คนไข้” ที่ร้านบุษลีเบเกอรี่ของบุษยา เพราะไม่อยากเสียเวลาเดินทางทำให้เสียงานหลักจนเจ้านายใจดีเขม่น

เธอผ่านประสบการณ์การลดความอ้วนมาอย่างโชกโชนทั้งการใช้ยา การฝังเข็ม ฝังเมล็ดผักกาด หรือแม้แต่สะกดจิต สุดท้ายพบว่าการลดความอ้วนด้วยเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ประกอบการออกกำลังกายเป็นวิธีที่ยั่งยืนกว่าการกินยา

หลังจากลดความอ้วนได้สำเร็จและต้องการทำให้น้ำหนักคงที่ เธอเริ่มหันไปให้ความสนใจกับความรู้เรื่องอาหารอย่างจริงจัง เธอค้นคว้าข้อมูลทางอินเตอร์เนต หาหนังสือเกี่ยวกับอาหารลดความอ้วนทั้งไทยเทศมาอ่านจนเพื่อนกระเซ้าว่าทำราวกับทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ทุกวันนี้เธอสามารถพูดถึงอาหารลดความอ้วนของสำนักต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว

“เป็นนักกำหนดอาหารนั่นแหละเหมาะที่สุดแล้ว เธอเอาตัวรอดได้อยู่แล้วพิตต้า  สู้ๆ” นาราพูดพลางยกกำปั้นให้กำลังใจ

จากคำเยินยอของเพื่อนในวันนั้น ในวันนี้ พิตต้าในฐานะนักกำหนดอาหารจึงเดินเข้ามาหาคนไข้คนแรกและน่าจะเป็นคนสุดท้ายอย่างมั่นใจ

“ขอบอกไว้ก่อนนะว่าป่านไม่อยากลดความอ้วนหรอก” มัสลินเปิดเผยความต้องการตั้งแต่ประโยคแรกเลยทีเดียว เธอลอบส่งสายตาให้เอกภพคอยช่วยเหลือในการเจรจากับ “ผู้เชี่ยวชาญ” ที่ผู้เป็นพ่อเลือกมาให้

แทนที่จะประหลาดใจกับท่าทางตีกันและปกป้องตัวเองของมัสลิน พิตต้ากลับยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี นนท์บอกเบื้องหน้าเบื้องหลังของเรื่องนี้มาก่อนแล้ว

“ยายป่านเขาต่อต้านการลดความอ้วน เขาหาว่าการลดความอ้วนเป็นเครื่องมือที่สังคมใช้กดขี่ทำร้ายจิตใจคนอ้วน ทั้งๆ ที่คนอ้วนไม่ได้ทำผิดอะไร ถ้าเป็นนักปกป้องสิทธิสตรีเขาเรียกว่าพวกเฟมินิสต์ แต่ถ้าเป็นพวกนักปกป้องสิทธิคนอ้วนนี่ผมไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าอะไร” นนท์บอกอย่างกึ่งขันกึ่งเครียด

เมื่อมัสลินไม่ต้องการลดน้ำหนัก การไปหาผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนักที่มีอยู่เกลื่อนเมืองคงไม่ช่วยอะไร นนท์จึงมาขอร้องให้เธอช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการลดความอ้วนให้มัสลินแทน แม้ว่าเธอจะไม่มีดีกรี “นักกำหนดอาหารตีทะเบียน” อย่างที่อ้างก็ตาม

“ใช้วิธีไหนก็ได้ให้ยายป่านยอมลดน้ำหนัก” นนท์ย้ำราวกับจะบอกทางอ้อมว่า เขาสนใจเฉพาะ “ผลลัพท์” ส่วน “วิธีการ” ที่จะไปถึงนั้นจะเป็นแบบตรงๆ หรือเล่นเล่ห์เพทุบาย เขาไม่เกี่ยง

“หลอกล่อให้ยายป่านยอมลดความอ้วนให้ได้” นนท์กำชับบทบาทหน้าที่ของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนคนเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ ครั้งสุดท้าย เขาเพิ่งวางสายจากเธอเมื่อครู่นี้เอง

“ทำไมไม่อยากลดความอ้วนล่ะคะ?” พิตต้าเลิกคิ้วถามหญิงสาว พยายามไม่ให้ฟังดูเป็นการตำหนิติเตียนแต่เพราะอยากรู้จริงๆ

“ป่านเขาไม่อยากลดความอ้วนเพื่อผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายงี่เง่าอย่างนายปราณ” เอกภพตอบแทนเพื่อนสาว
พิตต้าหันไปมองชายหนุ่มร่างสูงหุ่นดีแต่งตัวดีใบหน้าเนียนใสและริมฝีปากมันวาวเพราะเคลือบลิปสติกสีชมพูระเรื่อ เธอรู้ว่าเขาคือเอกภพ

นนท์บอกว่าหากต้องการให้แผนการนี้สำเร็จ เธอต้องเปลี่ยนทัศนคติของเอกภพด้วย

“เอกภพ เพื่อนสนิทป่านค่ะ” มัสลินแนะนำสั้นๆ แต่ท่าทางและบุคลิกของเอกภพชวนให้อยากรู้จักมากกว่าแค่คำแนะนำสั้นๆ

แม้เธอจะรู้จักผู้ชายสุดเนี้ยบรักการดูแลตัวเองยิ่งกว่าผู้หญิงที่มีชื่อเรียกว่าผู้ชายเมโทร ซึ่งกำลังเพิ่มมากขึ้นจนบริษัทขายเครื่องสำอางต้องขยายผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายออกมารองรับ แต่เธอไม่แน่ใจว่าเอกภพเป็นหนึ่งในผู้ชายเมโทรหรือเป็นส่วนหนึ่งกลุ่มชายชอบชายกันแน่
พิตต้าบอกตัวเองว่าสักวันหนึ่งจะแอบถามมัสลินเกี่ยวกับเพศสภาพของเอกภพให้ได้ ไม่ใช่เพราะสนใจเขาในฐานะชายหนุ่มหญิงสาว แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับงานของเธอโดยตรง หากมัสลินมีผู้ชายเมโทรที่เป็นผู้ชายแท้คอยปกป้องดูแล ก็จะทำให้ภารกิจการเป็นแม่สื่อแม่ชักของเธอยากยิ่งขึ้น

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” ก้มศีรษะทักทายเอกภพ “ทำไมถึงคิดว่าการลดความอ้วนกับการเอาใจผู้ชายเป็นเรื่องเดียวกันละคะ?” หันไปตั้งคำถามกับคนไข้อีกครั้ง

มัสลินเบ้ปาก

“หรือไม่ใช่ล่ะคะ มีแต่คนบอกว่าอ้วนแล้วไม่สวย หาแฟนไม่ได้ ผอมแล้วผู้ชายจะได้หันมามอง แหวะ…ไม่เห็นสนเลย”

พิตต้ายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้แสดงความโต้แย้งหรือเห็นด้วย

“ขอเวลาสั่งอาหารก่อนแล้วค่อยคุยกันนะคะ”

ท่าทางระวังตัวและเป็นปฏิปักษ์ของสองหนุ่มสาว ทำให้พิตต้าตัดสินใจว่าต้องเริ่มแผนแบบค่อยเป็นค่อยไปให้ตายใจเสียก่อน ถือว่าวันนี้เป็นวันแนะนำตัว ส่วนจะเริ่มต้นเข้าโปรแกรมลดความอ้วนเมื่อไรและอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เหมาะสม ขืนจู่โจม มัสลินที่ตั้งป้อมต่อต้านอยู่แล้วจะกระโจนหนีเสียก่อน

“ลูกสาวผมน่ะเป็นคนโผงผางวู่วามเอาแต่ใจตัวเองตามประสาลูกคนเดียว บทจะเอาเรื่องขึ้นมา ทั้งผมทั้งย่าเขาเอาไม่อยู่” นนท์เคยบอกอย่างหนักใจ พิตต้าเพิ่งประจักษ์กับสายตาวันนี้เอง

หลังจากสั่งสเต็กปลาแซลมอนและสลัดผัก พิตต้าก็นั่งพิงพนักเก้าอี้มองสองหนุ่มสาวท่าทางผ่อนคลาย ตรงกันข้ามกับมัสลินที่นั่งตัวตรงจนกลายเป็นเกร็งจนโดยไม่รู้ตัว

พิตต้ามองหน้ามัสลินแล้วอมยิ้ม มัสลินมีโครงหน้าสวยเรียวได้รูปโดยมีจมูกโด่งและตาคมเป็นจุดเด่น เสียอย่างเดียวที่มีเนื้อที่บริเวณแก้มกับคางมากเกินไป ความเครียดหน้าผากโหนกเนียนมีรอยย่นแนวตั้งปรากฎที่กลางหน้าผาก แตกต่างจากบิดาของเธอที่ยามเครียดจะปรากฎรอยย่นบนหน้าผากเป็นแนวนอนสามเส้น อาจเป็นเพราะเหตุนี้กระมังพ่อลูกจึงมักมีความเห็นขัดแย้งเหมือนจุดตัดของเส้นตรงแนวนอนกับแนวตั้ง

พิตต้านึกชื่นชมความมุ่งมั่นและมั่นใจในตัวเองของมัสลินมาก ท่าทางหนักแน่นแววตาเอาเรื่องของมัสลินทำให้เธอคิดว่าต้องมีเรื่องสนุกๆ รออยู่ข้างหน้าแน่ๆ

“ขอบอกอีกครั้งนะว่าป่านจะไม่ลดความอ้วนเพื่อผู้ชายงี่เง่าอย่างนายปราณเด็ดขาด” มัสลินเป็นฝ่ายเริ่มต้น เมื่ออดรนทนไม่ได้กับการนั่งยิ้มเงียบๆ อย่างอารมณ์ดีเกินเหตุของนักกำหนดอาหารดีกรีต่างประเทศ

“ใครบอกล่ะคะว่าเราจะลดความอ้วนเพื่อผู้ชาย บอกตรงๆ นะ…พี่ไม่เห็นด้วยกับคุณนนท์หรอก” ตอนท้ายนักกำหนดอาหารสาวชะโงกหน้าเข้ามาพูดเสียงเบาลงเหมือนกลัวมีคนได้ยิน

มัสลินนิ่วหน้า เหลือบมองเอกภพที่แอบส่งสายตาไม่ไว้ใจให้

ทำไม “ผู้เชี่ยวชาญ” ที่ผู้เป็นพ่อมั่นใจหนักหนาว่าจะช่วยให้เธอผอมลงยี่สิบกิโลกรัมภายในสามเดือนและคงน้ำหนักให้ได้หนึ่งปีจึงกล้าแสดงความไม่เห็นด้วยกับนายจ้างตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้าคนไข้

“ถ้าไม่เห็นด้วยแล้วมารับงานนี้ทำไมคะ?” มัสลินถามซึ่งหน้าตามประสาคนตรง

“ฟังพี่นะคะป่าน” พิตต้าชะโงกหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิมน้ำเสียงมีลับลมคมนัย

“ถือเป็นความลับระหว่างเราสองคนนะ…สามคนก็ได้เอ้า…” เธอเปลี่ยนคำพูดเมื่อเหลือบไปเห็นเอกภพที่นั่งกอดอกมองราวกับจ้องจับผิดและเตรียมพร้อมปกป้องมัสลินเต็มที่

ดวงตาเป็นประกายประกอบเข้ากับกล้ามเนื้อแขนและกล้ามเนื้ออกเป็นมัดเหมือนจะปริผ่านเสื้อออกมา ทำให้พิตต้านึกขยาดขึ้นมาบ้างเหมือนกัน ขืนพูดผิดหูหรือทำอะไรผิดใจมัสลิน เอกภพจะในฐานะเพื่อนสนิทหรือเพื่อนรู้ใจก็ตามอาจคว่ำสาวอวบระยะสุดท้ายอย่างเธอได้ไม่ยาก

“ที่พี่รับปากทำงานนี้เพราะอยากเล่นงานผู้ชายที่รังเกียจคนอ้วนอย่างออกนอกหน้า อยากทำให้คนพวกนี้ให้รู้เสียบ้างว่าคนอ้วนอย่างพวกเราก็มีหัวใจ ไม่ใช่พวกผู้หญิงตัวโตแต่สมองกลวง”

ทั้งมัสลินและเอกภพต่างเหลือบตาขึ้นมองนักกำหนดอาหารสาวด้วยอาการ “ตาเหลือก” ก่อนจะหันมาสบตากันราวกับจะถามว่า “มาผิดงานหรือเปล่า?” จู่ๆ นักกำหนดอาหารผู้แสนสง่างามและนิ่งสงบกลับเปลี่ยนไปเป็นนักบู๊พิทักษ์สาวอ้วนภายในพริบตา

พิตต้าพยักหน้ายืนยันความจริงจัง แววตาของเธอพลอยเปล่งประกายมุ่งมั่นเจิดจ้าไปด้วย

“พี่เคยอ้วนมาก่อน พี่รู้ว่าป่านรู้สึกอย่างไง เราจะยอมให้ใครมาดูถูกคนอ้วนไม่ได้” น้ำเสียงเข้มมีพลังราวกับอยู่บนเวทีปลุกระดมทางการเมือง

มัสลินนึกสงสัยว่าพ่อเธอไปหานักกำหนดอาหารคนนี้มาจากไหน พ่อจะรู้หรือไม่เปล่าว่าเลือกคนผิด

“เรามาเล่นเกมสนุกๆ เพื่อทำให้นายปราณรู้สำนึกกันดีกว่า” พิตต้าชะโงกหน้ามากล่าวเชื้อเชิญท่าทางกระตือรือร้น

“ทำอย่างไงคะ?” มัสลินยังไว้ท่า แต่ภายในบอกตัวเองว่า “ชักเข้าเค้า”

คำเรียกขานว่า “นายปราณ” และคำว่า “รู้สำนึก” กระแทกใจจนทำให้เธอรู้สึกว่าพิตต้าเป็นฝ่ายเดียวกับเธอ

“นายนั่นกลัวคนอ้วนจนแทบสิ้นสติใช่มั้ยคะ?” ถามยิ้มๆ แววตาเต้นระริกซ่อนความสนุกสนานไว้ไม่มิด

มัสลินพยักหน้ารับ

“เพราะฉะนั้นเราจะเริ่มแผนขั้นแรกด้วยการทำให้นายนั่นสิ้นสติบ่อยๆ เพื่อแก้แค้นที่เขาทำให้ป่านเสียใจถึงขั้นฆ่าตัวตาย” นักกำหนดอาหารสาวพูดด้วยน้ำเสียงเบาลงแต่เข้มข้น ท่าทางเหมือนเสนาธิการใหญ่กำลังวางแผนการรบครั้งสำคัญ

มัสลินนิ่วหน้า ไม่คิดว่าผู้เป็นพ่อจะให้ข้อมูลเท็จที่น่าอับอายเรื่องการฆ่าตัวตายของเธอกับนักกำหนดอาหาร

“วิธีการก็คือป่านต้องหาโอกาสไปปรากฎตัวต่อหน้านายปราณให้บ่อยที่สุด”

มัสลินสบตาฉายประกายแวววาวของนักกำหนดอาหารด้วยความรู้สึกฉงนสงสัย

พิตต้าทำราวกับถูกวิญญาณที่เจ็บแค้นของเธอเข้าสิงอย่างนั้นแหละ เธอหันไปมองเพื่อนชายเพื่อความเห็น เอกภพพยักหน้าพร้อมยิ้มรับ พลางพูดสำทับอย่างกระเหี้ยนกระหือรือว่า

“เอาเลยป่าน ทำให้นายปราณหัวใจวายได้ยิ่งดี”

พิตต้าเริ่มสงสัยว่าเอกภพต้องการพิฆาตปราณเพราะอยากแก้แค้นแทนเพื่อนรัก หรือต้องการตัดคู่แข่งหัวใจกันแน่

“แผนขั้นที่สองที่ต้องเริ่มพร้อมๆ กันคือทำตัวให้ผอมสวยเช้ง ไม่สิ จะผอมหรือไม่เอาไว้ทีหลัง แต่ต้องสร้างความมั่นใจให้ตัวเองก่อน” พิตต้าพูดแผนการขั้นต่อไป

“ถ้าผอมแล้วต้องแต่งงานกับนายนั่นจริงๆล่ะคะ?” มัสลินย้อนถามทันควัน

พิตต้าส่ายหน้าถี่

“เป็นไปไม่ได้ ต่อให้ป่านผอมแค่ไหน นายนั่นจะไม่มีวันลืมความหวาดกลัวและไม่มีวันลืมภาพของป่านตอนอ้วนน้ำหนักเกือบร้อยกิโลได้เลย เชื่อพี่สิ” ตอนท้ายสำทับด้วยการเอื้อมมือมาแตะหลังมือมัสลิน

“เขากำลังไปหาจิตแพทย์ รักษาโรคกลัวคนอ้วนอยู่นะคะ”

“พี่มีเพื่อนสนิทเป็นนักจิตวิทยา พี่คุยกับเขาเรื่องนี้มาแล้ว เขาบอกว่าอาการแบบนี้เป็นกลุ่มโฟเบีย กลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งแบบฝังใจฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึก โอกาสที่จะรักษาให้หายขาดมีน้อยมากๆ” นักกำหนดอาหารสาวจงใจเน้นคำวิเศษณ์คำสุดท้ายเป็นพิเศษเพื่อให้ผู้ฟังรู้สึกว่าโอกาสแทบเป็นศูนย์

“เพราะฉะนั้นป่านไม่ต้องกลัวเลยว่าถ้าผอมสวยแล้วจะถูกบังคับให้แต่งงานกับเขา เพราะเขากลัวป่าน เขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับป่านอยู่แล้ว”

“จริงหรือคะ?” มัสลินยังไม่วางใจ

“จริงสิ” พิตต้าพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น “พี่ไม่อยากพูดว่าเอาหัวเป็นประกันนะ แต่เพื่อนพี่ที่เป็นนักจิตวิทยาบอกมาแบบนี้”

มัสลินค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย เธอกลัวว่าถ้าเล่นตามแผนพิตต้าไปเรื่อยๆ แล้วจับพลัดจับผลูแผนพลิกต้องแต่งงานกับปราณแบบไม่รู้ตัวและถอนตัวไม่ทัน เธอต้องตายแน่ๆ

แม้การมีแฟนเป็นคุณหมอสาวแสนสวยจะแสดงว่าเขาไม่ใช่พวกแอบจิตดังที่เธอกล่าวหา แต่เขาก็ยังเป็นผู้ชายขี้โรคปากร้ายจอมหลอกลวงอยู่ดี

“เชื่อพี่สิ ก่อนมาพบป่านพี่ศึกษาข้อมูลและวางแผนมาเรียบร้อยแล้ว พี่เรียกแผนนี้ว่าแผนสามเด้ง เด้งแรกทำให้นายปราณหนีป่านหัวซุกหัวซุน เด้งที่สองทำทุกทางให้นายปราณรู้สึกผิดที่บังอาจมาเกลียดคนอ้วน ส่วนเด้งที่สามคือป่านเป็นนางงามสุขภาพดีไปเลย…ฟังดูน่าสนใจมั้ยคะคุณเอก” หันไปถามเอกภพเพื่อหาเสียงสนับสนุน

“ดีครับ แค่เด้งแรกก็สะใจแล้วครับ” เอกภพพยักหน้ารับตาเป็นประกายท่าทางเหมือนเชียร์มวยคู่เอก

มัสลินยังไม่วางใจกับการแผนการที่ฟังดูดีและง่ายเกินไป

ที่สำคัญ เธอยังข้องใจและไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมของปิ่นมณี เมื่อเงื่อนไขไม่เป็นธรรม เธอก็ไม่ควรกระโดดเข้าไปเล่นเกมนี้ตั้งแต่ต้นไม่ใช่หรือ?

“ความจริงป่านไม่ต้องลดความอ้วนตามเงื่อนไขหรอกค่ะ พี่พิตต้ารู้มั้ยว่านายปราณมีแฟนอยู่แล้ว แค่พิสูจน์ให้รู้ว่าคนคู่นี้มีอะไรกัน เราก็จะมีข้ออ้างว่าเขาทำผิดเงื่อนไขตั้งแต่ต้น”

“แหม…พูดเหมือนเสียดายน้ำหนักตัวเองงั้นแหละ” พิตต้าว่าพลางกราดสายตามองรูปร่างใหญ่โตของหญิงสาวตรงหน้า ยื่นมือไปชี้ที่คางเจ้าเนื้อแล้วแกล้งถามประชดประชันว่า “ไอ้ไขมันพวกนี้น่ะมันน่าเก็บไว้เป็นที่ระลึกนักรึไงคะ?”

มัสลินไม่ตอบแต่หน้าแดงเพราะความอาย ขณะที่เอกภพหัวเราะเสียงดังขบขัน

“ป่านเขาเสียดายของดีๆ ที่คุณย่าเขาปรนเปรอมาตั้งแต่เด็กน่ะครับ”

มัสลินหันไปค้อน

“อย่าไปคิดว่าเราต้องลดความอ้วนเพื่อใครนะคะน้องป่าน” พิตต้าทำหน้าและน้ำเสียงจริงจังสมกับเป็นนักกำหนดอาหารมืออาชีพขึ้นมาทันที

“คิดว่าเราทำเพื่อตัวเอง ทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้น พอถึงวันนั้น ป่านจะรู้ตัวเบาโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน หลังจากนั้นจะมีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ไม่แน่นะ… บางทีอาจจะมีเด้งที่สี่เกิดขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจก็ได้”

“เด้งที่สี่?” มัสลินเอียงคอถาม รู้สึกว่านักกำหนดอาหารของเธอจะชอบเล่นไพ่ป๊อกเป็นพิเศษ…แต่ไพ่ป๊อกก็มีสูงสุดแค่สามเด้งนี่นา

พิตต้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ภูมิใจในแผนการทวีกำไรของตัวเองมาก

เอกภพชะโงกหน้าเข้ามาใกล้แสดงความสนใจอย่างออกนอกหน้า

“ถ้านายปราณเป็นหนึ่งในคนที่โชคดีที่รักษาโรคกลัวคนอ้วนหาย…ขอย้ำว่ายากมาก เขาก็จะกลายเป็นคนโชคร้ายในทันที เพราะป่านคนใหม่จะหลอกล่อให้เขามาหลงรัก แล้วสลัดทิ้งเพื่อแก้แค้น คิดดูสิว่าจะสะใจแค่ไหนที่ทำให้คนที่เคยกลัวเราจนเป็นลมล้มพับ กลายเป็นคนที่มาหลงรักเราหัวปักหัวปำ นี่แหละเด้งที่สี่ของพี่หละ”

“ว้าวๆๆ! แผนการร้ายกาจมากพี่พิตต้า” เอกภพปรบมือประกอบจังหวะคำอุทานชื่นชมอย่างจริงใจ แต่มัสลินกลับเบิ่งตามองผู้พูดอย่างนึกไม่ถึง แล้วส่ายหน้าถี่ๆ ท่าทางหวาดผวา

“ป่านไม่เล่นด้วยกับแผนเด้งที่สี่ของพี่พิตต้าหรอกนะ”

“ความจริงพี่ยังมีเด้งที่ห้าด้วยนะ มันมาพร้อมๆ กับเด้งที่สี่นั่นแหละ อยากฟังมั้ยล่ะ?”

เอกภพพยักหน้ารับอย่างกระตือรืนร้น

“นายปราณเขามีหมอคนสวยเป็นแฟนอยู่แล้วใช่มั้ย แสดงว่ายายหมอนั่นต้องรู้เห็นเป็นใจให้ปราณเล่นเกมนี้ เราก็เอาคืนไปถึงแฟนเขาด้วยการใช้เสน่ห์สาวอวบแยกเขากับหมอคนสวยให้กระเจิดกระเจิงไปคนละทางสองทาง นี่แหละคือเด้งที่ห้าหละ…พี่ยอมรับนะว่ามันเป็นแผนพิฆาตที่แรงไปหน่อย แต่มันสะใจดี เหมาะสมกับคนที่มีอคติกับคนอ้วนอย่างนายปราณที่สุด”

เอกภพปรบมือแสดงความชื่นชมอีกครั้ง เขาส่งสายตาแสดงความเลื่อมใสในความเป็นนักวางแผนระดับปรมาจารย์ของพิตต้า

“เดี๋ยวนะคะ พี่พิตต้ารู้เรื่องนายปราณมีแฟนเป็นหมอได้อย่างไง ป่านยังไม่ได้บอกเลยนี่”

พิตต้ายิ้ม

“พี่เป็นมืออาชีพนะคะ ก่อนเริ่มงานพี่ก็ต้องหาข้อมูลพื้นฐานก่อน”

มัสลินมองนักกำหนดอาหารสาวด้วยความรู้สึกทึ่งกึ่งหวาด  นี่พ่อเธอจ้างนักกำหนดอาหาร หรือนักกำหนดชะตาชีวิตมาให้เธอกันแน่

ฟังแผนปฏิบัติการห้าเด้ง ประกอบกับการทิ้งน้ำเสียงและสีหน้าแสดงความสะใจแกมกระเหี้ยนกระหือรือของพิตต้าแล้ว หากไม่เห็นตัวจริงเสียงจริงในชุดสีชมพูดีไซน์เก๋และกระเป๋าเอกสารมีสไตล์ เธอคงคิดว่าพิตต้าเป็นนางร้ายที่ฉลาดหาตัวจับยากในละครหลังข่าวที่จู่ๆ ก็มีปาฏิหาริย์ทำให้นางร้ายในจอโทรทัศน์ลอยมานั่งอยู่ตรงหน้าเธอ

ขณะที่สองหนุ่มสาวส่งสายตาสำรวจความคิดเห็นของกันและกัน พิตต้านั่งกอดอกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ท่าทางสบายใจ ใบหน้ายิ้มกริ่มจนเอกภพสงสัยว่าเธอกำลังส่งยิ้มให้ใครบางคนที่อยู่ที่เคาน์เตอร์ หันไปดูเห็นหญิงวัยกลางคนท่าทางเหมือนเป็นเจ้าของร้านมองมาและกำลังยิ้มอยู่เช่นกัน

“ความจริงพี่ไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนักเพื่อหาผู้ชายหรอกนะ แต่พอลดน้ำหนักได้แล้ว อะไร ๆ มันก็เกิดขึ้นได้ ดูอย่างพี่สิ เมื่อก่อนไม่เคยมีแฟนเลย ได้แต่แอบชอบคนอื่นให้เจ็บใจไปวันๆ แต่เดี๋ยวนี้มีผู้ชายมาจีบเดือนละคน”

“แล้วพี่พิตต้าสับรางอย่างไงล่ะคะ?” มัสลินแกล้งถาม ในใจนึกหมั่นไส้ นักกำหนดอาหารสาวยักไหล่

“อ้วนสวยอย่างพี่มีสิทธิเลือกค่ะ เราก็แค่แสดงความเป็นตัวเราออกมาอย่างเต็มที่ รับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ไป ก็ฉันจะเป็นผู้หญิงอวบระยะสุดท้าย ปากจัด แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดไม่แคร์สายตาชาวบ้านแบบนี้ ใครจะทำไม?” ว่าพลางยักไหล่และทิ้งน้ำเสียงท้าทายน่าหมั้นไส้ประกอบ

มัสลินหัวเราะเสียงดัง เธอชักชอบบุคลิกมั่นใจสุดขั้วของนักกำหนดอาหารตีทะเบียนคนนี้เสียแล้วสิ

“พี่เชื่อว่าป่านทำได้นะ” พิตต้าเอื้อมมือแตะหลังมือมัสลินอีกครั้งพลางปรับสีหน้าให้ดูจริงจังขึ้น

“พี่ไม่รู้ว่าป่านทำอย่างไง ถึงมีเรื่องไปโผล่ในบล็อกช้างยิ้มได้ แค่เรื่องในบล็อกช้างยิ้มเรื่องเดียว นายปราณก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร”

มัสลินเลิกคิ้ว

“พี่พิตต้ารู้เรื่องบล็อกช้างยิ้มด้วยหรือคะ? รู้ได้อย่างไง?”

พิตต้ายิ้มอย่างภาคภูมิอีกครั้ง

“พี่เป็นมืออาชีพนะ”

มัสลินไม่คิดว่าบล็อกช้างยิ้มจะเป็นที่รู้จักในวงการนักกำหนดอาหาร

“พี่ชอบบล็อกนี้นะ เป็นบล็อกเดียวที่กล้าลูกขึ้นมาปกป้องและเรียกร้องสิทธิของคนอ้วนอย่างพวกเรา ป่านรู้จักเจ้าของบล็อกหรือคะ?”

มัสลินหันไปยิ้มกับเอกภพ แล้วพูดยิ้มๆ กับพิตต้าว่า “ไม่ค่อยสนิทค่ะ”

“แต่ป่านเป็นสมาชิกของช้างยิ้มคลับใช่มั้ย?”

มัสลินพยักหน้ารับ

“งั้นเราเรียกแผนการของเราว่า “ช้างยิ้มยั่วสวาทดีมั้ย” พิตต้าถือโอกาสสรุปชื่อแผนการและ “ปิดการขาย” ไปด้วยในตัว

“เรื่องนี้มันท้าทายและสำคัญมากนะป่าน นอกจากจะทำเพื่อตัวเองแล้ว ยังเป็นการทำเพื่อชุมชนคนอ้วนของเราด้วย” ทำเสียงกระตุ้นเหมือนแกนนำม็อบคนอ้วน ”เราจะใช้กรณีคนที่รังเกียจคนอ้วนถึงขั้นทวารทั้งเก้าเปิดอย่างนายปราณเป็นกรณีศึกษา ดูสิว่าเราจะทำให้เขาเข้าใจคนอ้วนได้หรือเปล่า ถ้าทำได้เราก็จะเผยแพร่วิธีการนี้ทางบล็อกช้างยิ้มเพื่อเป็นวิทยาทาน แต่ถ้าทำไม่ได้ เราก็ทำให้นายปราณกลายเป็นจำเลยสังคมด้วยการเอาเรื่องเขาไปเผยแพร่ในบล็อกช้างยิ้มเหมือนกัน ต่อไปพอเห็นคนอ้วนเขาก็จะรู้สึกผิด เห็นคนผอมก็จะรู้สึกผิด…รู้สึกผิดทั้งขึ้นทั้งล่อง”

“เอาถึงขนาดนั้นเลยหรือครับ?” เอกภพเริ่มไม่แน่ใจ “ฟังดูสนุกดี แต่ผมว่ามันจะแรงไปนะครับ”

“อย่าใจอ่อนสิคะคุณเอก เขาทำกับเพื่อนคุณก่อนนะ”

เอกภพเริ่มรู้สึกว่านักกำหนดอาหารคนนี้ป็นนักต่อสู้เชิงรุกที่เข้มข้นมากไปหน่อย จนกลายเป็น “กัดไม่ปล่อย”

ที่สำคัญ เธอเอาแต่พูดเรื่องการวางแผนเชิงกลยุทธเพื่อเผด็จศึกปราณ โดยที่ไม่ยอมพูดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญด้านการกำหนดอาหารของตัวเองเลยสักคำ

เธอน่าจะไปเป็นนักวางแผนเชิงกลยุทธเรื่องพิฆาตศัตรูอย่างไรให้สำเร็จภายใน 7 วัน มากกว่าเป็นนักกำหนดอาหาร

อาหารที่สั่งมาถึงพอดี พิตต้าทำทีเป็นหันไปให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้า และลอบสังเกตกิริยาของผู้ร่วมโต๊ะเป็นระยะๆ เธอเห็นมัสลินและเอกภพลอบส่งสายตาไม่แน่ใจให้กันและกัน แต่เธอไม่สนใจ เพราะคิดว่าการนิ่งเงียบโดยไม่มีข้อโต้แย้งคือการยอมรับแผนการทั้งหมด

เมื่อรับประทานอาหารอย่างช้าๆ และตั้งใจ จนหมดจานโดยที่สองหนุ่มสาวยังไม่พูดอะไร พิตต้าวางช้อนส้อม เอื้อมมือไปแตะหลังมือมัสลินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

“ทำตามพี่บอกเถอะค่ะป่าน ตอนนี้ป่านกับพ่อไม่มีทางเลือกมากนักหรอก แต่หลังจากนี้ป่านจะเป็นคนเลือกว่าจะจัดการอย่างไงกับสองแม่ลูกนั่น”

มัสลินสบตานักกำหนดอาหารสาว เห็นสายตาที่มุ่งมั่นและเชื้อเชิญ เธอพยักหน้ารับในที่สุด แม้ดวงตาจะยังฉายแววไม่มั่นใจก็ตาม

3 Responses ห่างไกล »

  1. 1

    kully กล่าว,

    ยิ่งอ่าน ยิ่งลุ้นค่ะ

    อยากให้มีวันศุกร์สัปดาห์ละ 2 หนจริงๆ

    5555+

  2. 2

    gift กล่าว,

    โดนใจคนน้ำหนักเกินจริงๆ เลย…
    รอวันศุกร์อยู่ทุกวันเลยนะ

  3. 3

    ฟ้า กล่าว,

    สนุกมากค่ะ
    ถ้าเป็นหนังสือ เมื่อไหร่ จะซื้อเก็บทันทีเลยอ่ะ ชอบบบบบบบบ


Comment RSS · TrackBack URI

Say your words