
เมื่อเห็นดอกทองกวาวที่เพื่อนฉันเก็บมาวาดรูป “ลุงแดง” ก็นึกครื้มใจ ขอแกะกลีบดอกมาทำของเล่นวัยเด็ก นั่นคือ “หน้ายักษ์” ดังที่เห็นในรูปภาพ
อากาศยามเช้าในเมืองเชียงใหม่สดชื่นมาก ฉันกับเพื่อนพากันเดินจากยูนิเซิฟลัดเลาะสวนสุขภาพไปตามถนนสู่กาดพยอม อ้อมทางเ้ลียบคลองชลประทานไปด้านหลังของสำนักส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์บ้านเก่าที่เมื่อหลายปีก่อนฉันเคยติดใจบ้านเก่าสไตล์ล้านนาหลายหลังจนแอบนำมาประยุกต์เป็นบ้านของตัวเอง
บ้านเก่าอายุนับร้อยปีเหล่านั้นยังคงตั้งอยู่อย่างเงียบสงบภายใต้ต้นไม้ใหญ่ ราวเวลาจะหยุดนิ่งอยู่กับที ทว่าภายใต้ความเงียบสงบมีความเปลี่ยนแปลงและดูชีวิตชีวากว่าที่เคยเห็น
มีการสอนโหราศาสตร์ที่บ้านหลังใหญ่ของหลวงอนุสารสุนทร
ส่วนบ้าน “กาแลน้อย” ก็กลายเป็นที่อยู่อาศัยของ “ลุงแดง” ข้าราชการเออร์ลี่รีไทร์มนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยมที่ชวนคุยและเชื้อเชิญให้ขึ้นไปดูบ้านที่ทำเป็นแหล่งเรียนรู้งานศิลปะภายใต้โครงการ “สล่าล้านนา” ที่เปิดโอกาสให้เขาได้ร่ำเรียนและสอนงานศิลปะให้กับเด็ก

“เป็นหนึ่งในหกสิบล้านคนที่ได้อยู่บ้านหลังนี้” ลุงแดงบอกกล่าวอย่างภาคภูมิใจที่มีโอกาสเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ร่วมกับลูกๆ ที่เป็นสุนัขหลากสายพันธุ์ ต้นไม้ใบหญ้า และสถานที่สอนและโชว์งานศิลปะฝีมือของตัวเองและลูกศิษย์

“เรามีกระดูกไว้แทะอยู่แล้ว” ลุงแดงที่หมายถึงเงินบำนาญ “ไม่ต้องเครียด ทำตัวให้มีประโยชน์ แล้วจะมีความสุข” ส่วนความน่ารำคาญแต่ไม่ใช่ความทุกข์เพียงอย่างเดียวของการอยู่ที่นี่คือ “ยุง”
เป็นวิธีการใช้ชีวิตที่น่าอิจฉาและน่าเลียนแบบ จนเพื่อนรุ่นพี่ที่เพิ่งเออร์ลี่รีไทร์ได้สามเดือนและร่วมเดินทางครั้งนี้เิกิดแรงบันดาลใจจนตาลุกวาว
แม้จะไม่มี “กระดูก” ให้แทะ และยังไม่ถึงวัยรีไทร์ ก็น่านำปรัชญาการใช้ชีวิตง่ายๆสบายๆ แบบนี้มาใช้กันบ้างนะ
ลุงแดงฝากบอกว่า ว่างๆ ก็แวะไปเยี่ยมชมและพูดคุยกันบ้างนะคะ