
เด็กๆ นักเรียนบ้านเกาะมุกด์กำลังเดินกลับบ้านในช่วงบ่ายวันศุกร์ เพราะนักเีรียนส่วนหนึ่งต้องไปละหมาดที่สุเหร่า
ไปเกาะมุกด์ จังหวัดตรังมาค่ะ นอกจากไปทำงานแล้ว ยังได้ไปว่ายน้ำกับปลาที่เกาะกระดาน เข้าไปดูถ้ำมรกต และสนอกเกิ้ลดูกัลปังหาเกือบครบเจ็ดสี ที่ด้านหน้าถ้ำใหญ่อีกด้วย…ขอบอกว่ากัลปังหาที่นี่สวยงามมากๆ
ไปครั้งนี้ไม่ได้ไปดูแค่ความสวยงามและพักในรีสอร์ทหรูๆ นะคะ เราใช้เวลา 4 วัน 4 คืนนอนพักที่ศาลาของ Save Andaman Network ริมอ่าวกวน เป็นศาลาที่ยื่นลงไปในทะเล ไร้ฝา ลมพัดตึงๆ ลืมตาตื่นก็เห็นดวงตะวันได้เลย
การใช้ชีวิตอยู่กลางชุมชนมุสลิมพบว่า หลังจากคลื่นสึนามิ วิถีชีวิตและวิธีคิดของคนเกาะมุกด์เปลี่ยนแปลงไป บ้างได้บ้านใหม่ บ้างได้เงินทองและสิ่งของช่วยเหลือจากองค์กรการกุศลนับไม่ถ้วน แต่ 4 ปีผ่านไป ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น
น้ำประปายังเป็นสีขุ่นและขาดๆ หายๆ ไฟฟ้ายังจ่ายเป็นเวลา ที่สำคัญขยะเกลื่อนกลาดเต็มหมู่บ้านและท้องถนนอย่างน่าตกใจแก่ผู้มาเยือน แม้แต่คนเกาะมุกด์เองก็มองว่าเป็นปัญหาใหญ่ เพราะนอกจากจะส่งผลต่อสุขอนามัยแล้ว ยังทำให้นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนขยาด
เหมือนปัญหาไก่กับไข่ ขณะที่ภาคท่องเที่ยวบอกว่ารอให้ชุมชนปรับปรุงตัวเองก่อนแล้วจะนำนักท่องเที่ยวมาเยือน แต่ชาวเกาะมุกด์ก็บอกว่าถ้าภาคท่องเที่ยวไม่เข้ามาช่วยพัฒนา ลำพังชาวบ้านที่ต้องปากกัดตีนถีบจะลุกขึ้นมาทำอะไรได้
สิ่งที่พวกเขาช่วยกันทำตอนนี้คือการหากระถางและดอกไม้สวยๆ มาประดับหน้าบ้าน
ตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ การท่องเที่ยวช่วยกระจายรายได้…ดูเหมือนชาวเกาะมุกด์จะไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวถ้ำมรกตปีละหลายแสนคน นักท่องเที่ยวน้อยคนนักจะออกจากรีสอร์ตที่ส่วนใหญ่อยู่บริเวณอ่าวฝรั่งซึ่งคนละฝั่งกับหมู่บ้านเพื่อเดินมาจับจ่ายใช้สอยหรือเรียนรู้ชุมชน สิ่งที่คนเกาะมุกด์ได้จากนักท่องเที่ยว นอกจากนำเรือไปรับนักท่องเที่ยวโดยเสียค่าหัวคิวให้กับรีสอร์ท และเป็นลูกจ้างระดับล่างตามรีสอร์ท ก็คือขยะ…ทั้งตัวขยะจริงๆ และขยะวัฒนธรรม…
ค่ำคืนหนึ่งบนเกาะมุกด์ เป็นคืนที่มีการแสดงรองเง็งเป็นครั้งแรกหลังจากเกิดคลื่นสินามิเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และเป็นครั้งแรกที่ฉันจะได้ดูรองเง็ง…ศิลปะพื้นบ้านของชาวมุสลิม
เสียงร้องรองเง็งเป็นภาษาใต้ปลุกเร้าให้ฉันกับเพื่อนรีบเดินไปยังบริเวณงาน แต่พอไปถึงก็ต้องตกตะลึงและคิดว่ามาผิดงาน ไม่ใช่รองเง็งอย่างที่อยากดู หากแต่เป็นหญิงสาวใส่กระโปรงบานสั้นจู๋ปิดของสงวนสวมเสื้อยึดรัดติ้วยืนเต้นประกอบรองเง็งพอเป็นพิธิก่อนจะเปลี่ยนเป็นเพลงตะลึงตึ๊งตึงจนทำให้นึกถึงบาร์แถวพัฒพงศ์ จากนั้นลูกเด็กเล็กแดงก็ซื้อบัตรกระโดดขึ้นเวทีไปเต้นๆๆๆ
ฉันได้อึ้ง งัง แกมขันว่า รองเงงสาวลำวงแบบนี้ขึ้นมาบนเกาะมุสลิมได้อย่างไร
…เขาบอกว่าเป็นรองเง็งประยุกต์…แต่คนเกาะมุกด์บางคนเบือนหน้าหนีบอกว่านี่คือสิ่งที่เข้ามาหลังสึนามิ
ชักเครียด…จบดีกว่าค่ะ
รบเจ
chaiyo007 กล่าว,
กรกฎาคม 10, 2009 @ 6:48 am
ขยะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับชาวเกาะมุกด์จริงๆนะครับ ผมเห็นด้วย เพราะไม่มีหน่วยงานจัดการเก็บขึ้นไปจากเกาะ
ส่วนรองแง็งมีอยู่ 1 คณะ ที่ผมเคยดูเป็นคนแก่นะครับ อ่อนช้อยมาก
ส่วนที่คุณเห็นนั้นผมไม่ทราบ
กรุณาเก็บสิ่งดีๆ จาเกาะนะครับ สิ่งที่ไม่ไดอย่านำไปเลย
ครูโรงเรียนบ้านเกาะมุกด์
นักข่าวสมัดเล่นในเกาะมุก กล่าว,
กันยายน 2, 2009 @ 7:23 pm
สวัสดีครับ เกาะมุกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นชายหาด แหลมสิวาลัย หาดชาลีบีน ถ้ำมรกต ส่วนมากนักท่องเที่ยวเป็นชาวต่างชาติ
ปีละหลาย แสนคน ที่มาเที่ยวเกาะมุก ปีนี้เป็นปีท่องเที่ยวของจังหวัดตรังครับ
ข้อดีของเกาะมุก มีที่เที่ยวติดอันดับของโลก คือถ้ำมรกต(ถ้ำน้ำ) วิถีชีวิต วัฒนธรรม
ธรรมชาติ หมู่บ้านชาวประมง
ข้อเสีย ขยะมาก ผู้นำขาดความรับผิดชอบ ขาดความสามคี แตกแยก เห็นแก่ตัว
ผมว่าการที่นักท่องเที่ยวมาเห็นขยะ ก็บงชีแล้วละครับว่า วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านเป็นหย่างใร การที่ทางจังหวัดลงมาแก้ใขขยะในเกาะมุกไม่ได้ผลครับ ต้องให้ชาวบ้านแก้ใขที่บ้านของตัวเอนก่องครับ ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็ไม่ใด้ผลครับ
วัฒนธรรม รองแง็งของจริงตอนนี้กำลังหายไปกับคนแก่ทีละคนทีละคนหน้าเสียด้ายมากครับ
จาก นักข่าวสมัคเล่น