สิงหาคม 14, 2009
· Filed under ชาครียาชวนคุย · Tagged กรุณา กุศลาสัย, ชีวิตที่เลือกไม่ได้, พบถิ่นอินเดีย
การพูดคุยระหว่างทางมะนาลี-เลห์ ทำให้รู้ว่าหนึ่งในหนังสือในใจของเพื่อนช่างภาพหนุ่มคือ “ชีวิตที่เลือกไม่ได้” ประวัติชีวิตของอาจารย์กรุณา กุศลาศัย ซึ่งฉันเองก็เคยอ่านและยังจดจำความมุ่งมั่นของสามเณรน้อยกรุณาที่มุ่งมั่นเดินทางไปกับท่านโลกนาถ…บอกเขาไปว่ามีเพื่อนที่เรียนจบจากอินเดียแแวะไปดูแลท่านที่บ้านพรานนกอยู่บ่อยๆ
เขาบอกว่าอยากไปเยี่ยมอาจารย์ ไปเมื่อไรบอกด้วย
กลับมาเมืองไทย โทรศัพท์๋คุยกับเพื่อนคนนั้น เขาบอกว่าช่วงนี้อาจารย์เริ่มไม่สบายมากขึ้นด้วยโรคชรา จำผู้คนไม่ค่อยได้และย้ายไปอยู่กับลูก
ช่วงนี้หยิบหนังสือ “พบถิ่นอินเดีย” ของท่านยวาหระลาล เนห์รูที่อาจารย์กรุณาเป็นผู้แปลมาอ่านได้หลายวันแล้ว นึกชื่นชมและศรัทธาผลงานแปลของท่านเสมอ ไม่ว่าจะเป็น “พบถิ่้นอินเดีย” (The Discovery of India) หรือ “ข้าพเจ้าทดลองความจริง” (The Story of My Experiments with Truth) ของท่านคานธี เพราุะหากไม่ได้ปราชญ์ด้านภ่ารตะที่เชี่ยวชาญด้านภาษาฮินดีถึงขนาดสอบได้ที่ 1 ของประเทศอินเดียและใช้ชีวิตในอินเดียมานับสิบปีมาแปล พร้อมใส่เชิงอรรถอธิบายขยายความประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ ค่านิยม หรือศัพท์บางคำ คงไม่สามารถเข้าใจเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้งแน่ๆ
อ่าน “พบถิ่นอินเดีย” ไม่ทันจบก็ได้ยินข่าวว่าท่านเสียชีวิตแล้ว
วงการภารตศึกษาได้สูญเสียเสาหลักลงแล้ว
ขอตัดตอนจดหมายของเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทยที่ตีพิมพ์ใน “ข้าพเจ้าทดลองความจริง” มาเผยแพร่เพื่อประกาศเกียรติคุณของท่านดังนี้ค่ะ
นายกรุณา กุศลาสัย ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงในด้านความรู้เกี่ยวกับวิชาภาษาฮินดี ภาษาสันสกฤต และภารตวิทยา สมควรจะได้รับการสดุดีชื่นชมจากพวกเรา ในฐานะที่ได้แปลอัตชีวประวัติ ฉบับสมบูรณ์ ที่มีชื่อว่า “ข้าพเจ้าทดลองความจริง ของมหาตมา คานธี ออกสู่พากย์ไทย…
…ข้าพเจ้านึกไม่ออกว่าจะมีผู้ใดที่มีคุณวุฒิมากกว่านายกรุณา ในอันที่จะถ่ายทอดแนวความคิดและจิตใจของท่านมหาตมา ให้ประชาชนชาวไทยได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง…
…เราเป็นหนี้บุญคุณต่อนายกรุณาที่ได้ใช้เวลาเกือบชั่วชีวิต ในการสร้างความเข้าใจอันดีงามระหว่างชาวไทยกับชาวอินเดีย ด้วยการเขียนหนังสือและด้วยกิจกรรมอื่นๆ…
นอกเหนือจากคุณูปการด้านภารตวิทยา สิ่งหนึ่งที่ฉันนึกชื่นชมแกมอิจฉาอยู่เสมอคือความผูกพันระหว่างท่านกับภรรยาที่ “ไม่ทิ้งกัน” ดังนั้นจึงมักมีชื่อคู่เคียงกันในงานแปล “กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย” ส่วนนอกเวทีบรรณพิภพ ท่านก็ยังอยู่ดูแลกันและกันอย่างน่าชื่นชม…จนลาจากกันเมื่อท่านอายุ 89 ปี
ด้วยเหตุนี้ตอนไปร่วมงานแสดงมุทิตาจิตครบรอบ 84 ปี ของท่านที่เรือนร้อยฉนำ แถวเจริญนครเมื่อหลายปีมาแล้ว จึงไปเข้าแถวรอรับเข็มกลัดรูปของท่านทั้งสองจากมือของท่านและยังเก็บไว้จนถึงทุกวันนี้
แม้ท่านจะจากไป แต่ผลงานที่ท่านฝากไว้ยังคงอยู่ตราบนานเท่านั้น
ขอให้ท่านไปสู่้สุขคติค่ะ
สิงหาคม 13, 2009
· Filed under ชาครียาชวนคุย · Tagged นิยายร่วมสมัย, แม้สุดขอบฟ้า
หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยก็ใช้ชีวิตร่อนเร่พเนจรเป็นนกน้อยในไร่ส้มมาหลายสิบปีค่ะ ย้ายที่อยู่เป็นว่าเล่น ข้าวของกระจัดกระจาย โดยเฉพาะหนังสือนิยายรุ่นแรกของตัวเอง ที่เพิ่งมีโอกาสได้เห็นอีกครั้งเมื่อสองปีที่แล้วนี้เอง…ต้องขอขอบคุณเพื่อนสนิทที่เชียงใหม่ที่ยังเก็บไว้ให้ครบชุด ไม่ถูกปลวกกินไปเสียก่อน
มัวแต่วุ่นวายกับการทำงานข่าว จนห่างหายจากวงการนิยายไปเกือบสิบปี ถูกกระตุกความคิดอีกครั้งก็ตอนมีชื่อ-นามสกุลปรากฎในไทยรัฐ ตอนที่มีคนติดต่อ “ร่วมงานรัก” ไปทำละคร แต่ติดต่อนักเขียนม่ได้ ตอนนั้นจำเนื้อเรื่องไม่ได้ จนต้องไปหานิยายของตัวเองในร้านเช่าหนังสือมาทบทวนความจำ
Read the rest of this entry »
สิงหาคม 9, 2009
· Filed under ชาครียาชวนคุย, ชาครียาพาเที่ยว

หลบร้อนที่ Qutb Minar
ไปอินเดียครั้งนี้มั่นใจกว่าทุกครั้งค่ะ เพราะนอกจากมีเพื่อนหญิงคู่หูคู่เที่ยวที่รู้ใจ แล้วยังมีหนึ่งหนุ่มช่างภาพมืออาชีพ และหนึ่งหนุ่มเจ้าของร้านกาแฟมาเป็น “ไม้กัน” หนุ่มๆ อินเดียที่เลื่องชื่อเรื่องหูตาแพรวพราวอีกด้วย
…แต่ถึงกระนั้นก็ยังเจอแขกหลอกพอหอมปากหอมคอตามปกติวิสัยที่พวกแบ็กแพ็กต้องพา่นพบ
Read the rest of this entry »
สิงหาคม 9, 2009
· Filed under ชาครียาชวนคุย, ชาครียาพาเที่ยว · Tagged ประตูสู่หิมาลัย, ฤาษีเกษ, แม่น้ำคงคา, โยคะ
เพิ่งไปฤาษีเกศ (Rishikesh) เป็นครั้งแรกค่ะ เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมตะรอนทัวร์ลาดัก-แคชเมียร์ ที่แม้จะอยู่นอกเส้นทาง แต่หลอกเพื่อนร่วมทางได้สำเร็จว่าที่นี่คุณจะได้เห็นโยคีตัวเป็นๆ เดินกันเกลื่อนเมือง…แม้ว่าจะต้องนั่งรถเช่าไปมะนาลี…ประตูสู่ลาดักอีก 15 ชั่วโมงก็ถือคุ้ม
Read the rest of this entry »
กรกฎาคม 20, 2009
· Filed under ชาครียาชวนคุย · Tagged ลาดัก, อินเดีย, เลห์, แคชเมียร์
ไปอินเดียทีไหรเจอเรื่องโหด มัน ฮา สมบุกสมบันไม่ซ้ำแบบกันสักที แต่ดูเหมือนทริปนี้จะสมบุกสมบันที่สุด เพราะเดินทางด้วยรถยนตร์ไปตามเส้นทางที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด สูงที่สุด หนาวที่สุด แห้งแล้งที่สุด และสมบุักสมบันที่สุดเส้นหนึ่งของโลก นั่นคือเส้นทางรถยนต์สู่เมืองลาดักและศรีนาการ์ในแคว้นจัมมูแคชเมียร์ เหนือสุดของอินเดีย
เิริ่มจากนิวเดลี-ฤาษีเกศ-มะนาลี-เลห์ (ลาดัก)-ศรีนาการ์ (แคชเมียร์)-จัมมู-ธรรมศาลา-อักครา
เป็น 2 สัปดาห์ของการเิผชิญกับภาวะ “สุดขั้ว” ตลอดทาง ที่เดลีเจอกับอากาศหน้าร้อนแบบทะัเลทรายที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 43 องศา ในเต้นท์นอนกึ่งกลางเส้นทางมะนาลี-ลาดัก อุณหภูมิลดต่ำลงถึง -5 องศา หิมะตกและน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง จากเส้นทางที่หิมะกรมทางอินเดียเพิ่งแซะน้ำแข็งออกให้รถผ่านไปได้เพียงสองสัปดาห์ ก็เข้าสู่เขตทะเลทรายที่เต็มไปด้วยภูเขาและดินที่เป็นส่วนหนึ่งของที่ราบสูงการาโกลัม เมืองที่เต็มไปด้วยทหารและความคุกรุ่นของการแบ่งแยกดินแดน และเมืองที่หนาวเย็นและอบอุ่นไปด้วยเสียงสวดมนต์ในวัดของท่านดาไลลามะในธรรมศาลา
ขอบอกว่าเส้นทางนี้นักผจญภัยที่ชอบความท้าทายและช่างภาพที่ชอบทิวทัศน์ที่ไม่ซ้ำแบบกันไม่ควรพลาด
นอกจากจะได้ภาพและสัมผัสกับสีสันของส่าหรี่ วัฒนธรรม และผู้คนของอินเดียที่ไม่ซ้ำแบบกันในแต่ละแคว้นและเมือง ยังได้ภาพทิวทัศน์หลากหลายในสภาพภูมิประเ้ทศที่แตกต่าง รวมทั้งได้ประสบการณ์การเดินทางครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไม่มีวันลืม และผู้ที่บินไปลาดัก-แคชเมียร์ไม่มีโอกาสได้สัมผัสค่ะ
แล้วจะเก็บรายละเอียดระหว่างทางมาเล่าให้ฟังนะคะ
พฤษภาคม 10, 2009
· Filed under ชาครียาชวนคุย · Tagged จักรยานเพื่อสุขภาพ, นักปั่นมือใหม่, ปั่นจักรยาน, ออกกำลังกายแบบแอโรบิก
ช่วงนี้กำลังฮิตและฟิตปั่นจักรยานออกกำลังกายค่ะ
เหตุเกิดเพราะอยากเตรียมความพร้อมฝึกร่างกายไปแบกแพคประจำปีที่อินเดีย
อยากออกกำลังกายแบบแอโรบิกให้หัวใจเต้นแรงๆ ติดต่อกันเป็นเวลา 20 นาที หลังจากเล่นโยคะและสอนโยคะเหยียดยืดและฝึกหายใจมานานจนรู้สึกว่านิ่งอยู่กับตัวเองมากเกินไปแล้ว
หลังจากปรึกษากับเพื่อนว่าจะซื้อจักรยานออกกำลังกายมาปั่นตอนดูทีวี
ผลก็คือเพื่อนสวดยับว่าทำไมคอลัมนิสต์สุขภาพถึงคิดอย่างนี้
Read the rest of this entry »
มีนาคม 28, 2009
· Filed under ชาครียาชวนคุย · Tagged ขยะเกาะมุกด์, ถ้ำมรกต, รองเง็ง, เกาะกระดาน, เกาะมุกด์

เด็กๆ นักเรียนบ้านเกาะมุกด์กำลังเดินกลับบ้านในช่วงบ่ายวันศุกร์ เพราะนักเีรียนส่วนหนึ่งต้องไปละหมาดที่สุเหร่า
ไปเกาะมุกด์ จังหวัดตรังมาค่ะ นอกจากไปทำงานแล้ว ยังได้ไปว่ายน้ำกับปลาที่เกาะกระดาน เข้าไปดูถ้ำมรกต และสนอกเกิ้ลดูกัลปังหาเกือบครบเจ็ดสี ที่ด้านหน้าถ้ำใหญ่อีกด้วย…ขอบอกว่ากัลปังหาที่นี่สวยงามมากๆ
ไปครั้งนี้ไม่ได้ไปดูแค่ความสวยงามและพักในรีสอร์ทหรูๆ นะคะ เราใช้เวลา 4 วัน 4 คืนนอนพักที่ศาลาของ Save Andaman Network ริมอ่าวกวน เป็นศาลาที่ยื่นลงไปในทะเล ไร้ฝา ลมพัดตึงๆ ลืมตาตื่นก็เห็นดวงตะวันได้เลย
Read the rest of this entry »
มีนาคม 26, 2009
· Filed under ชาครียาชวนคุย · Tagged ความสุขมวลรวมประชาชาติ, หมู่บ้านแห่งความสุข, เกาะปอ, เกาะลันตา
ไปใต้ครั้งนี้เจอเรื่องแปลกใหม่สนุกสนามมากมายเลยค่ะ
ไฮไลต์อยู่ที่เกาะปอ…เกาะเล็กๆ ในจังหวัดกระบี่ที่มีคนอยู่อาศัยประมาณ 250 คน อยู่ห่างจากเกาะลันตาใหญ่เพียง 3 กิโลเมตร แต่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
หลังสึนามิ เกาะลันตาใหญ่มีรีสอร์ทนับร้อยแห่ง มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติใส่ขาสั้นจู๋หรือบิกินีเดินเต็มชายหาด
หลังสึนามิ เกาะปอเป็นเกาะของคนมุสลิมที่ไม่มีรีสอร์ทแม้แต่แห่งเดียว และมีระเบียบหมู่บ้านห้ามใส่บิกินี่และห้ามกอดจูบกันในที่สาธารณะ และอื่นๆ
3 วัน 3 คืน บนเกาะปอ ได้พูดคุยกับผู้คนมากมายถึงเรื่องชีวิตหลังสึนามิและวิถีชีวิตในปัจจุบัน พบว่าชุมชนนี้แม้จะต้องทำงานออกเลและกรีดยางอย่างขันแข็งทั้งหญิงชาย แต่ช่างเข้มแข็งและมีความสุขกันเสียจริงๆ
Read the rest of this entry »
กุมภาพันธ์ 28, 2009
· Filed under ชาครียาชวนคุย · Tagged ชีวิตหลังเกษียณ, พิพิธภัณฑ์บ้านล้านนา, สล่าล้านนา

เมื่อเห็นดอกทองกวาวที่เพื่อนฉันเก็บมาวาดรูป “ลุงแดง” ก็นึกครื้มใจ ขอแกะกลีบดอกมาทำของเล่นวัยเด็ก นั่นคือ “หน้ายักษ์” ดังที่เห็นในรูปภาพ
อากาศยามเช้าในเมืองเชียงใหม่สดชื่นมาก ฉันกับเพื่อนพากันเดินจากยูนิเซิฟลัดเลาะสวนสุขภาพไปตามถนนสู่กาดพยอม อ้อมทางเ้ลียบคลองชลประทานไปด้านหลังของสำนักส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์บ้านเก่าที่เมื่อหลายปีก่อนฉันเคยติดใจบ้านเก่าสไตล์ล้านนาหลายหลังจนแอบนำมาประยุกต์เป็นบ้านของตัวเอง
บ้านเก่าอายุนับร้อยปีเหล่านั้นยังคงตั้งอยู่อย่างเงียบสงบภายใต้ต้นไม้ใหญ่ ราวเวลาจะหยุดนิ่งอยู่กับที ทว่าภายใต้ความเงียบสงบมีความเปลี่ยนแปลงและดูชีวิตชีวากว่าที่เคยเห็น
Read the rest of this entry »
กุมภาพันธ์ 27, 2009
· Filed under ชาครียาชวนคุย · Tagged พระลาว, ศาสนากับสิ่งแวดล้อม, สามเณรลาว

เพิ่งกลับจากไปช่วยเพื่อนพาพระและสามเณรจากลาว ไทย และับังคลาเทศที่มาเรียนที่มหาวิทยาลัยสงฆ์ที่วัดสวนดอก เชียงใหม่ไปศึกษาธรรมชาติผ่านการดูนก เดินป่า และนักสืบสายน้ำที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว
Read the rest of this entry »