ยายอ้วนเจ้าเสน่ห์ ตอน 2 ติดกับดัก

สวัสดีค่ะคุณนนท์ ปิ่นมณีรับโทรศัพท์สายแรกของวันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดวงตาเป็นประกาย เธอหันมาหลิ่วตาให้ลูกชายที่เงยหน้าจากชามข้าวต้มชำเลืองตามองอย่างสนใจ

ปราณมองมารดา ผู้ซึ่งแม้จะอายุย่างเข้าสู่วัยเลขห้า แต่ยังดูอ่อนกว่าวัย ความเป็นผู้หญิงรักสวยรักงามประกอบกับทำธุรกิจอัญมณีซึ่งเป็นของสวยงามทำให้เธอดูแลตัวเองมาตลอด เวลาไปไหนมาไหนกับปราณมักมีคนทักว่าเป็นพี่น้องกันมากว่าแม่ลูก ปิ่นมณีมักหัวเราะอารมณ์ดี แต่ปราณแกล้งตีหน้าตึง แสดงว่าผมหน้าแก่หละสิ

แม่เคยเล่าให้ฟังว่า ตอนคุณตาเขาส่งไปเรียนต่อที่ปีนัง เธอพบรักแรกพบกับหนุ่มฮ่องกงฐานะดี แอบแต่งงานกันเองแบบสายฟ้าแลบโดยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่รับรู้ สามปีผ่านไป ความรักจืดจาง จึงแยกทางกัน ตอนนั้นเขาอายุแค่ขวบเศษ แม่เขาเรียนไม่จบ กลับมาเมืองไทยช่วยธุรกิจของครอบครัวและเลี้ยงลูกโดยพยายามเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้กับลูกชายคนเดียว  

ผมโตแล้ว แม่ไปมีชีวิตของแม่บ้างเถอะ อยากทำอะไรก็ทำเลย ไม่ต้องห่วงผม เมื่อโตเป็นหนุ่ม ปราณเคยบอกแม่อย่างใจกว้างและเกรงใจ แม่เขาเป็นผู้หญิงสวย มีผู้ชายมาชอบเยอะ แต่แม่ไม่สนใจสักคน เพราะมัวแต่ดูแลธุรกิจและลูกชายซึ่งวุ่นวายพอกัน เมื่อธุรกิจลงตัว ส่วนเขาก็เรียนจบทำงานประจำสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว เขาจึงอยากให้แม่มีเพื่อนใจสักคน จะได้ไม่เหงา

อยากมีแฟนก็ได้หรือลูก ปิ่นมณีแกล้งถามพลางยิ้มกริ่มเหมือนสาวน้อย

ปราณพยักหน้ารับสีหน้าจริงจัง

ตอนนั้นปิ่นมณีฉีกยิ้มกว้างหลิ่วตากระเซ้าพลางบอกว่า จำไว้นะว่าเคยพูดอะไรไว้ ถ้าแม่จะมีแฟนอย่าโวยก็แล้วกัน

ตอนนั้นปราณหัวเราะหึๆ เห็นดวงตาเป็นประกายเหมือนสาวน้อยของผู้เป็นแม่แล้วคิดว่าผู้ชายที่ได้แม่เขาไปเป็นแฟนเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลก เพราะจะได้ทั้งผู้หญิงสวย ผู้หญิงเก่ง ผู้หญิงรวย และผู้หญิงที่มองโลกในแง่ดีในคนเดียวกัน

การขานชื่อนนท์ ทำให้ปราณสนใจเป็นพิเศษ เมื่อวานหลังออกจากบ้านนนท์แล้ว เขายืนยันกับมารดาว่าเป็นตายอย่างไรเขาก็จะไม่แต่งงานกับหญิงร่างยักษ์อย่างมัสลิน ปิ่นมณีบอกว่าจะลองพูดกับนนท์ดู วันนี้นนท์โทรศัพท์มาแต่เช้า

โทรมาแต่เช้าเชียว มีอะไรด่วนหรือคะ? ปิ่นมณีพูดโทรศัพท์กับนนท์

ห๊า! ป่านน่ะหรือคะ? อุทานเสียงสูงพลางเบิกตากว้างยกมือปิดปากท่าทางตกใจสุดขีด

ชายหนุ่มจ้องเขม็งมารดาที่แสนเยือกเย็นของเขามีท่าทางตื่นตกใจเหมือนได้รับข่าวร้ายเพชรล็อตล่าสุดเป็นเพชรปลอมหรือราคาทองคำถีบตัวสูงขึ้นห้าสิบเปอร์เซนต์

ปิ่นมณีรับฟังโทรศัพท์ประกอบกับการถอนหายใจเฮือกๆ นานอีกหลายนาทีโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

ค่ะ…ปิ่นรู้ว่าทางปิ่นต้องรับผิดชอบเหมือนกัน ในที่สุดปิ่นมณีก็ขานรับด้วยน้ำเสียงสลดพอๆ กับแววตา แล้ววางโทรศัพท์ลง หันไปมองหน้าบุตรชายที่ส่งสายตาสงสัยเต็มแก่ เธอถอนหายใจซ้ำอีกครั้ง

เกิดอะไรขึ้นครับแม่? 

 ป่านกินยานอนหลับไปสี่สิบเม็ด พูดเสียงแผ่วเหมือนหมดแรงพลางตั้งศอกมือเท้าคางท่าทางคิดหนัก

อะไรนะครับ!” ชายหนุ่มเบิกตากว้าง

ป่านฆ่าตัวตาย ปิ่นมณีย้ำอีกครั้ง แล้วเบือนหน้าหนีจากลูกชาย

ปราณนั่งนิ่งขึงมึนงงเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตไปชั่วขณะ หากไม่ได้ยินเสียงสนทนาของมารดากับนนท์ด้วยตัวเองเขาจะไม่มีวันเชื่อเด็ดขาดว่าผู้หญิงร่างใหญ่ท่าทางห้าวหาญเหมือนทหารพรานหญิงอย่างมัสลินฆ่าตัวตาย

เรื่องอะไรครับ? เขาถามแม้จะได้ยินคำพูดสุดท้ายของมารดาว่าฝ่ายเขาก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน ปิ่นมณีทอดสายตามองมองลูกชายด้วยสายตาลำบากใจ 

ลุงนนท์โทษเราหรือครับ? ชายหนุ่มถามแทบไม่มีเสียง รู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่นึกว่าอาการกลัวคนอ้วนของตัวเองจะเป็นตัวจุดชนวนเหตุการณ์ร้ายแรงและน่าเสียใจเช่นนี้ปิ่นมณีพยักหน้ารับสีหน้าเศร้าสร้อยไม่แพ้ลูกชาย

ลุงนนท์บอกว่าปกติป่านก็เครียดกับความอ้วนของตัวเองมากพออยู่แล้ว พอปราณแสดงท่าทางรังเกียจเขาออกหน้าออกตาขนาดนั้น เขาเลยเสียใจมาก ทางโน้นไม่คิดว่าป่านจะเสียใจถึงขนาดนี้…เลยไม่ได้หาทางป้องกัน

ปิ่นมณีเอื้อมมือไปแตะหลังมือลูกชายเหมือนให้กำลังใจ

เราปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเราไม่เกี่ยวข้อง

ปราณหวนนึกถึงหญิงสาวในชุดนักรบแล้วส่ายหน้า ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจำเครื่องแต่งกายของเธอได้ชัดเจนถึงขนาดจำได้ว่ากระเป๋ากางเกงข้างเข่าด้านซ้ายใส่ของตุงจนทำให้เขาคิดถึงขาใหญ่โตของแม่ช้างอายุห้าสิบปีที่เคยเห็นตอนไปเที่ยวปางช้างทางเหนือ เขาจำแววตาฉายประกายวาววับเหมือนนางเสือจ้องขย้ำเหยื่อของเธอได้ แต่จำเครื่องหน้าของเธอไม่ได้เลย

เขาตายหรือเปล่าครับ? ถามเสียงแผ่วพลางจ้องหน้ามารดาเพื่อรอฟังคำตอบ ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ

ลุงนนท์ไม่บอกอะไร…แม่ต้องไปแล้วหละ ปิ่นมณีว่าพลางลุกขึ้น คว้ากระเป๋าถือ

ปราณคว้ามือมารดา

แม่จะไปไหน? จะไปเยี่ยมป่านหรือครับ?

ปิ่นมณีส่ายหน้าท่าทางยังมึนงงอยู่

ปราณคิดว่าผู้เป็นแม่กำลังช็อกกับข่าวร้ายที่เพิ่งได้รับจนพูดและคิดอะไรไม่ออก

ไปคุยกับลุงนนท์หรือครับ?

ปิ่นมณีโบกมือปฏิเสธแล้วสาวเท้าเร็วๆ ออกไป ท่ามกลางความรู้สึกงงงันของบุตรชาย

ปราณไม่รู้ว่าท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ เขาควรทำตัวอย่างไร ได้แต่ถอนหายใจเฮือกๆ และพลอยกินอะไรไม่ลงไปด้วย

 ในห้องกาแฟที่บริษัทสถาปนิกและก่อสร้างที่ปราณทำงานอยู่ ปราณเผลอถอนหายใจยาวติดต่อกันหลายเฮือก จนกิตติเพื่อนสนิทของเขาจับสังเกตได้ ปราณจึงเล่าเรื่องหนักๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวเองให้เขาฟังตอนเล่าเรื่องการแต่งงานเพื่อรวมธุรกิจ

กิตติหัวเราะขบขัน เขาวิจารณ์ว่า เหมือนในนิยายเลยว่ะ

ตอนเล่าความรู้สึกผะอืดผะอมเมื่อพบหน้าว่าที่เจ้าสาวครั้งแรก กิตติระเบิดเสียงหัวเราะอย่างหยุดไม่อยู่ บอกว่า พระเจ้าเล่นตลกกับแกแล้วเพื่อนเอ๋ย

แต่เมื่อเล่าเรื่องมัสลินฆ่าตัวตายเขาทำหน้าสลดนิดหนึ่ง ก่อนจะชะโงกหน้ามาพูดน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังเหมือนกล่าวโทษว่า แกทำบาปใหญ่หลวงแล้วเพื่อน โทษฐานเดียวกับฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาเชียวนะ

ปราณโกรธ กรณีนี้ความขี้เล่นของกิตติไม่ช่วยให้เขาดีขึ้นเลย ตรงกันข้ามกลับทำให้เขารู้สึกห่อเหี่ยวแกต้องเอาดอกไม้ไปเยี่ยมเขานะปราณ ไปขอโทษเขา

ไม่รู้เขาอยู่ที่ไหน ยังเป็นหรือตายน่ะสิ ปราณบอกอย่างกลุ้มใจ เขาโทรศัพท์หามารดาเพื่อถามข่าวคืบหน้าเกี่ยวกับมัสลินแต่มารดาไม่รับสาย

เออว่ะ แทนที่จะเป็นดอกไม้อาจเป็นพวงหรีดก็ได้ ถ้าเขาตายจริง แกต้องต้องบวชหน้าศพขอขมาเขานะโว้ย กิตติว่าพลางเอื้อมมือไปตบไหล่เพื่อนชาย

ปราณเหลือบตามองเพื่อน นานๆ จะเห็นสีหน้าจริงจังของกิตติสักที

แกคิดว่าเป็นความผิดของฉันหรือวะกิต? กิตติพยักหน้าสีหน้าจริงจังถ้าแกไม่ผิดแล้วใครจะผิดวะ แกเพิ่งไปทำท่าอ้วกใส่หน้าเขา เช้ารุ่งขึ้นก็ได้ข่าวเขาฆ่าตัวตายแบบนี้น่ะ

ปราณหวนนึกถึงหญิงสาวร่างใหญ่ในชุดทหารหญิงที่ยังจำได้ติดตาติดใจ เขากำลังถูกจินตนาการเล่นตลกเมื่อจู่ๆ ก็เห็นมัสลินที่ตัวใหญ่อยู่แล้วขยายใหญ่กว่าเดิมเกือบเท่าตัว ดวงตาที่ฉายแวววาววับของเธอเบิกถลนจ้องมาจังเขาด้วยความอาฆาตแค้น  เขาเกิดอาการขนลุก ตามด้วยการหายใจขัดๆ ขึ้นมา หันมองรอบกายเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอื่นอยู่ในห้อง นอกจากเขากับกิตติ

เป็นอะไรวะปราณ ท่าทางเหมือนถูกผีหลอกปราณแทบสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินคำว่า ผีหลอก

หรือมัสลินตายแล้วและตามมาหลอกหลอนเขาจริงๆ!กิตติทำเป็นเลื่อนเก้าอี้ออกห่าง หันไปมองรอบๆ ห้อง

เขามาที่นี่หรือวะ? ถามเสียงเบาเหมือนกระซิบ

ขนลุกเลยว่ะแก ดูสิ ยื่นแขนให้ดู

ไอ้บ้า!” ปราณปัดแขนเพื่อนอย่างแรงสองหนุ่มสะดุ้งเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทั้งคู่วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ เป็นโทรศัพท์ของปราณ เขาเหลือบตามองเห็นเบอร์โทรศัพท์ของมารดาจึงรีบรับ

ปราณ มาหาแม่ที่บริษัทด่วนเลยได้มั้ย? ปิ่นมณีพูดเร็วจนฟังแทบไม่ทัน แล้วก็วางสายไปก่อนที่ปราณจะทันอ้าปากพูด มาเร็วไปเร็วยิ่งกว่าลมกรรโชกแรงเสียอีก

น้ำเสียงของมารดาทำให้ปราณยิ่งร้อนใจ นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้เป็นแม่โทรศัพท์เรียกตัวไปที่บริษัท ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขายังอยู่ในชั่วโมงทำงาน 

มีอะไรวะปราณ?

 แม่ให้ไปหาที่บริษัทเดี๋ยวนี้เลย เขาหันไปบอกกิตติ

กิตติเบิกตาเกิดอะไรขึ้นวะ? หรือว่ายายป่าน… กิตติไม่พูดต่อ ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปราณนึกอยู่ในใจแต่ไม่กล้าพูดหัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะเขาก้มมองเครื่องแต่งกายของตัวเอง ยิ่งเศร้าใจไปใหญ่เมื่อเห็นว่าวันนี้เขาสวมกางเกงยีนและเสื้อยีดสีดำ…ราวกับจะรู้ล่วงหน้าว่าต้องไปงานศพ

กิตติเอื้อมมือมาตบไหล่

ทำใจดีๆ ไว้เพื่อน อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แก้ไขไม่ได้แล้วว่ะ               

 ปราณลืมตัวดื่มกาแฟดำที่ยังไม่ได้ใส่น้ำตาลและยังร้อนอยู่แล้วโวยลั่นเพราะกาแฟลวกปาก เขาวางแก้วกาแฟแรงจนกระฉอก รีบสาวเท้ากลับไปที่ห้องทำงาน ที่โต๊ะทำงานเขานั่งกุมขมับทำใจอยู่ครู่ใหญ่ก่อนตัดสินใจเผชิญหน้ากับความจริงด้วยการคว้ากระเป๋าสตางค์และกุญแจรถ เดินดุ่มๆ ออกมาจากห้อง สวนทางกับเจ้านายผู้เป็นเพื่อนรุ่นพี่ร่วมมหาวิทยาลัย อ้าปากจะบอกลางาน แต่เจ้านายเขากลับเดินเข้ามาหาเอื้อมมือมาตบไหล่ส่งสายตาเห็นใจ

อย่าคิดมากนะปราณ เอาสูทพี่ไปก่อนละกัน ว่าพลางยื่นเสื้อสูทให้ สีดำแบบซูเปอร์แบล็คของสูทผสมกับคำพูดของเจ้านายทำเอาใจที่เหี่ยวอยู่แล้วของปราณตกไปอยู่ที่พื้น

เขาเหลือบเห็นกิตติอยู่ที่มุมห้อง แสดงว่ากิตติคงบอกเล่าสถานการณ์ให้เจ้านายเขารู้เรียบร้อยแล้ว

ปราณหวนนึกถึงภาพหญิงสาวในชุดทหารหญิง แล้วจู่ๆ เขาภาพดวงตาเป็นประกายวาวๆ ของเธอก็ลอยขึ้นมาอีกให้ตายสิ! เขาไม่อยากจดจำแววตาหรือความรู้สึกใดๆ ของคนที่ตายไปแล้วเลย                

บุษราเลขาของปิ่นมณีซึ่งกำลังพูดโทรศัพท์อยู่ยกมือจุ๊ปากเมื่อเห็นปราณเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ เธอพึมพำพูดโทรศัพท์สองสามคำแล้วรีบวางสาย หันมาบอกเขาว่า               

ยังเข้าไปไม่ได้นะคะ คุณปิ่นกำลังคุยอยู่กับคุณนนท์                

ปราณหน้าซีด แม่เขาไม่ได้บอกเขาว่านนท์อยู่ที่นี่               

 คุณปราณ บุษราขานชื่อชายหนุ่มที่ยืนนิ่งขึงหน้าซีดเผือด ปราณสะดุ้งเฮือก               

นั่งก่อนมั้ยคะ?                

ปราณส่ายหน้า หันไปมองห้องมารดาสายตาห่วงใย

 ลุงนนท์มานานแล้วหรือครับ                

 สักพักแล้วค่ะ บรรยากาศไม่ค่อยดีเลย บุษราผู้แสนร่าเริงมีสีหน้าไม่สบายใจ เธอมองไปที่ประตูห้องแล้วถอนหายใจท่าทางหนักใจ ปราณมองตามเห็นประตูห้องทำงานแง้มอยู่               

คุณบุษรู้เรื่องลูกสาวลุงนนท์หรือเปล่าครับ?                

บุษราพยักหน้า ปราณรู้สึกว่าบุษราผู้มองโลกในแง่ดีและร่าเริงตลอดเวลามีท่าทางเศร้าสร้อยกว่าทุกวัน               

วันนี้คุณปราณแต่งตัวแปลกๆ นะคะ เขาสวมกางเกงยีนและเสื้อยืดสีดำดูลำลองขัดกับเสื้อสูทสีดำหรูหราที่สวมทับ

บุษราทำท่าจะพูดต่อ แต่เสียงทุบโต๊ะที่ดังมาจากในห้องทำให้เธอหุบปากอัตโนมัติ               

ผมไม่สนหรอกว่านายปราณจะเป็นจะตายอย่างไง เขาต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ ไม่อย่างงั้นผมจะเลิกทำธุรกิจกับคุณ ผมจะเลิกซื้อของจากคุณ ส่วนเรื่องร่วมทุนน่ะลืมไปได้เลย!” เสียงดังลั่นของนนท์ลอยมากระทบโสตปราณแบบจัง ทำให้ปราณที่ชะโงกหน้าเข้าไปดูบรรยากาศในห้องผงะและถอยตัวกลับอย่างตกใจเขาหันกลับไปมองบุษรา

เธอสบตาเขาวูบหนึ่งแล้วรีบก้มหน้าทำทีเป็นสนใจเอกสารตรงหน้า เขาเพิ่งเห็นนนท์โกรธจัดพูดจาเสียงดังเหมือนฟ้าผ่าวันนี้เอง 

ปิ่นไม่อยากบังคับลูก ปิ่นมณีพูดเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน

คิดดูให้ดีก็แล้วกันว่าระหว่างลูกกับบริษัท คุณจะเลือกใคร เสียงนนท์ยังเข้มเหมือนเดิม

ปราณกำมือแน่น บอกตัวเองว่าจะไม่ยอมให้นนท์มาตะคอกใส่มารดาเขาเหมือนเจ้าชีวิตแบบนี้ เขารู้จักนนท์มาหลายปีแล้ว เขาชอบนนท์ตรงที่เขาเป็นนักธุรกิจที่คล่องแคล่ว ขณะเดียวกันก็มีความสุภาพอ่อนโยนอยู่ในที นนท์ปฏิบัติกับมารดาเขาอย่างให้เกียรติมาตลอด จนบางครั้งเขาอดคิดไม่ได้ว่านนท์กับแม่เขามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากเกินกว่าความเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ

นึกไม่ถึงว่านนท์จะกล้ายื่นคำขาดและคำขู่มารดาเขาอย่างไร้เหตุผลและไม่ให้เกียรติเช่นนี้               

อย่าเข้าไปนะคะ คุณปิ่นสั่งไว้ว่าขอเคลียร์กับคุณนนท์เอง บุษรารีบร้องห้ามเมื่อเห็นปราณทำท่าจะก้าวเข้าไปในห้อง               

 อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ ธุรกิจปิ่นต้องพังแน่ๆ อย่างน้อยก็เห็นกับความสัมพันธ์ตั้งแต่สมัยคุณพ่อของเรา เสียงอ่อย ๆ น่าสงสารของปิ่นมณีดังขึ้น แตกต่างกับเสียงทรงพลังของนนท์ลิบลับ               

ปราณนิ่วหน้า ทำไมแม่เขาต้องอ่อนข้อให้นนท์ถึงขนาดนี้ ทำราวกับว่าถ้านนท์ไม่รับซื้อสินค้า โรงงานที่สั่งสมชื่อเสียงมาหลายสิบปีจะล่มสลายอย่างงั้นแหละ                

ถ้าไม่อยากให้ธุรกิจรุ่นพ่อพังก็ไปบอกลูกชายคุณมาขอโทษป่านสิ เขาไม่มีสิทธิมาทำท่าอ้วกแตกใส่ลูกสาวผม บอกเขาว่าถ้าอยากรักษาบริษัทคุณตาไว้ผมมีทางเลือกให้เขาทางเดียวเท่านั้น ถ้าไม่…ทุกอย่างก็จบ!”                

ปราณกำมือแน่น บุษราเงยหน้าขึ้นมองอย่างเห็นใจ                

เถียงกันเรื่องนี้มาเกือบชั่วโมงแล้วค่ะ…เรื่องคุณกับคุณป่าน               

 คนตายไปแล้วจะมาเอาอะไรอีก!” ปราณพูดเสียงเบาแต่เข้มข้นบุษรานิ่วหน้า เหลือบตามองชายหนุ่ม แล้วพยักหน้ากับตัวเอง

เธอเพิ่งเข้าใจว่าทำไมปราณจึงแต่ชุดดำแบบเร่งรีบจนดูไม่เข้ากันเช่นนี้

ปราณคิดว่ามัสลินตายไปแล้ว!

ก่อนที่ปราณจะก้าวเข้าไปในห้องเพื่อช่วยมารดา นนท์ก็ก้าวผลุนผลันออกมาจากห้องเสียก่อน เมื่อเห็นปราณ เขาหยุดยืนจ้องหน้าปราณด้วยใบหน้าบึ้งตึง แววตาเอาเรื่อง จนทำให้ปราณเผลอหลบตาวูบ

ได้ยินแล้วใช่มั้ยปราณ ถ้าเธอไม่ยอมแต่งงานกับป่าน เราก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน นนท์พูดชัดถ้อยชัดคำ หางคิ้วดกหนาซึ่งตามตำราโหงวเฮ้งบอกว่าเป็นคิ้วคนมีปัญญายามนี้นิ่วจนหัวคิ้วแทบชนกัน กลายเป็นคิ้วของคนที่เด็ดขาดและมีอำนาจขึ้นมาทันที ส่วนรอยย่นสามขีดบนหน้าผากของเขานั้นเสริมความจริงจังมากขึ้น

ปราณอ้าปากค้าง

ป่านยังไม่ตายหรือครับ!?

นนท์ตวัดสายตาขุ่นมองชายหนุ่ม

เธออยากให้เขาตายนักรึไง!?

นนท์เพิ่งสังเกตว่าปราณใส่ชุดสีดำ

นี่เธอใส่ชุดสีดำแช่งลูกสาวลุงรึไง!?

ปราณรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ข่าวดีเกี่ยวกับมัสลินทำให้เขาลืมความโกรธนนท์ไปสนิท

มัสลินยังไม่ตาย แสดงว่าเขาไม่ต้องมีบาปติดตัวไปตลอดชีวิต

นนท์มองชายหนุ่มตรงหน้า เขาเริ่มเข้าใจว่าเหตุใดปราณจึงทำท่าเหมือนยกภูเขาออกจากอก

ลุงเพิ่งคุยกับแม่ของเธอเรื่องการแต่งงานและธุรกิจของเรา เขาเติมภูเขาลูกใหม่ใส่อกปราณอย่างไม่รีรอ

มันคนละเรื่องกันนะครับคุณลุง ปราณแย้งเสียงดัง

มันเป็นเรื่องเดียวกัน!” นนท์โต้ตอบเสียงเข้มแบบทันควัน

มันเรื่องเดียวกันกับที่เธอทำให้ป่านฆ่าตัวตายด้วย

ผมไม่ได้ทำอะไรเขาเลยนะครับ

เธอทำให้ป่านอับอาย

ผมไม่ได้แกล้งนะครับ มันเป็นเอง ผมควบคุมไม่ได้ ลุงนนท์ก็รู้ว่าผมแต่งงานกับป่านไม่ได้ ผม…

ไปคิดดูดีๆ ก็แล้วกัน นนท์ตัดบทโดยไม่ยอมฟังคำชี้แจงเพิ่มเติม จ้องหน้าชายหนุ่มด้วยดวงตาวาวๆ เหมือนข่มขวัญ จากนั้นก็เดินคอแข็งออกไป

ปราณมองตามอย่างเข่นเขี้ยว ขนาดพ่อยังไร้เหตุผลเอาแต่ใจตัวเองถึงขนาดนี้ ลูกสาวท่าทางห้าวเฮี้ยวเหมือนนักรบจะขนาดไหน               

คุณปิ่นหน้าซีดจังเลยค่ะ บุษราอุทานอย่างตกใจ

ปราณหันกลับไปมอง เห็นผู้เป็นแม่เดินออกมาจากห้องสีหน้าเศร้าสร้อย ผวาเข้าไปหาจับมือมารดา ตกใจเมื่อสัมผัสมือที่เย็นเฉียบ

ปราณไม่เคยเห็นผู้เป็นแม่อยู่ในสภาพย่ำแย่เช่นนี้มาก่อน แม้ตอนที่ถูกพวกต้มตุ๋นหลอกซื้อเพชรโดยไม่จ่ายเงินมูลค่าหลายล้านก็ยังไม่แย่ถึงขนาดนี้

เขาไม่ฟังอะไรเลย ยืนยันจะให้ปราณแต่งงานกับป่านให้ได้ ปิ่นมณีพูดท่าทางอ่อนใจ

ผมได้ยินแล้วครับ แม่บอกเขาหรือเปล่าว่าผมเป็นอะไร?                

 ปิ่นมณีพยักหน้า                

เขาบอกว่าให้ปราณไปหาจิตแพทย์

ปราณตะลึงงันอ้าปากค้าง

ผมไม่ได้บ้านะแม่!”

ไม่ถึงขั้นบ้าหรอกจ้ะ คงเป็นแค่ความกลัวชนิดหนึ่ง

แม่ก็พลอยเป็นไปกับเขาด้วย!” ปราณต่อว่าอย่างหงุดหงิดแกมน้อยใจ

ปิ่นมณีจูงมือลูกชายไปนั่งที่โซฟารับแขก เห็นเครื่องแต่งกายของลูกชายแล้วนิ่วหน้า

ทำไมปราณแต่งตัวแบบนี้ล่ะลูก?

ผมนึกว่าป่านตายแล้ว ปราณพูดไม่เต็มเสียง ปิ่นมณีหันไปส่งยิ้มให้บุษรา แล้วหันมาตบไหล่ลูกชาย

ดีใช่มั้ยล่ะที่ป่านไม่ตาย ไม่งั้นปราณต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแน่ๆ

ก็ดีอยู่หรอกครับ แต่มีเรื่องอื่นที่หนักหนาพอๆ กันรออยู่ปราณดีใจที่มัสลินไม่ตาย แต่เรื่องหนักใจใหม่เพิ่มขึ้นมานั่นคือการที่ต้องแต่งงานกับเธอ ซึ่งก็จะทำให้เขาหวาดผวาเหมือนตกนรกไปตลอดชีวิตเหมือนกัน

แม่ไม่ยอมให้ใครมากดดันลูกชายแม่ฝ่ายเดียวหรอกนะปราณ ปิ่นมณีชะโงกหน้ามาพูดใบหน้าเริ่มคลายเศร้ามีรอยยิ้มร่าเริงเข้ามาแทนที่

ปิ่นมณีคนเดิมกลับมาแล้ว

พอลุงนนท์บอกให้แม่พาปราณไปหาจิตแพทย์ แม่ก็บอกลุงนนท์ทันทีเลยว่า ป่านต้องลดความอ้วนให้ได้ยี่สิบกิโล

แม่!” ปราณเบิกตากว้างกับแผนตีโต้ของมารดาที่เขาคาดไม่ถึง               

ปิ่นมณียิ้มให้ทั้งลูกชายและเลขาสีหน้าระรื่นเหมือนสาวน้อย

พบกันครึ่งทางไง ยุติธรรมดีมั้ยลูก?

ปราณเหลือบตามองบุษรา เห็นบุษรายิ้มแป้น แต่เขากลับยิ้มไม่ออก เรื่องการกลัวคนอ้วนของเขาอาจเป็นเรื่องตลกสำหรับคนอื่น แต่เป็นเรื่องจริงจังเท่าชีวิตสำหรับเขา

แม่คิดว่าจิตแพทย์จะช่วยผมได้หรือครับ?               

 ปราณต้องพยายามสิ ช่วยแม่หน่อยนะ ปิ่นมณีจับแขนลูกชาย พลางส่งสายตาขอร้อง แม่ไม่อยากให้ลุงนนท์ใช้ความกลัวของปราณเป็นข้ออ้างทำลายธุรกิจของเรา…รู้มั้ย… ปิ่นมณีชะโงกหน้าเข้ามาหาลูกชายพูดเสียงเบาเหมือนกำลังพูดความลับสุดยอดและมีฝ่ายตรงข้ามแอบฟังอยู่

ลุงนนท์เขามีทางเลือกที่ดีกว่า เขาอยากร่วมทุนกับอีกโรงงานหนึ่ง แต่ติดปัญหาสัญญาสุภาพบุรุษที่คุณตาปราณกับพ่อเขาเคยให้กันไว้ว่าจะไม่ทิ้งกัน พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา เขาเลยได้ข้ออ้างว่าทางเราผิดสัญญาก่อน               

 ถ้าไม่มีเขา เราจะอยู่ไม่ได้จริงๆ หรือครับ ปราณถามเสียงอ่อย                

 ปราณไม่รู้เรื่องธุรกิจของมารดาเลย หลังจากเรียนจบเขาก็ออกไปทำงานในบริษัทสถาปนิกของเพื่อนรุ่นพี่ เมื่อเร็วๆ นี้ แม่บอกว่าเขาควรจะกลับมาบริหารธุรกิจของตัวเองได้แล้ว เพราะแม่อยากพักผ่อนบ้าง ส่วนนนท์เองก็เตรียมวางมือจากธุรกิจเหมือนกัน

ตอนแรกปราณสนับสนุนแนวคิดเกษียณก่อนวัยหกสิบของมารดา ซ้ำยังบอกนนท์ว่าหากนนท์วางมือเขายินดีจะเริ่มต้นทำธุรกิจกับมัสลิน ซึ่งถูกวางตัวให้มารับช่วงธุรกิจจากผู้เป็นพ่อเหมือนกัน นึกไม่ถึงว่านนท์จะคิดไปไกลถึงขั้นวางแผน เรือล่มในหนองทองจะไปไหน บังคับให้เขาแต่งงานกับมัสลิน

เรื่องราวน่าจะไปได้สวย หากไม่เกิดเหตุสุดวิสัยอันเนื่องมาจากน้ำหนักตัวของมัสลินเสียก่อน               

ไม่ได้หรอกลูก เราพึ่งเขาทำตลาดมาตลอด ไม่เคยทำตลาดเองเลย ไม่มีเรา เขาไปหาแหล่งผลิตอื่นได้ มีโรงงานอื่นถมเถไป แต่ถ้าไม่มีเขาเราตายแน่               

 ปราณระบายลมหายใจเฮือกใหญ่ เขาเคยคุยเรื่องนี้กับมารดาหลายครั้งแล้ว ความจริงข้อนี้ทำให้เขายอมจำนน นำไปสู่การดูตัวมัสลิน

เขาอยากช่วยมารดา แต่เพียงแค่นึกถึงรูปร่างของมัสลินเขาก็ทำท่าจะหายใจไม่ออกขึ้นมาเสียแล้ว               

 แม่จะหาจิตแพทย์มาให้นะลูกนะ…ลองดู ปิ่นมณีขอร้องทั้งน้ำเสียงและแววตา ปราณไม่กล้าปฏิเสธ เพราะไม่อยากเห็นแววตาเศร้าๆ ของมารดา จึงได้แต่ถอนหายใจเฮือกๆ อย่างหนักใจ                

 ถ้ายายป่านลดน้ำหนักไม่ได้ล่ะแม่ ผมไม่ตายหรือ?                 

เป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่แม่ยื่นให้คุณนนท์จ้ะ ถ้าป่านลดน้ำหนักไม่ได้ หรือลดได้ แต่ขึ้นๆ ลงๆ ภายหนึ่งปี เราจะไม่แต่ง และไม่ถือว่าเราผิดเงื่อนไข เขาต้องร่วมทุนกับบริษัทเรา ปราณวางใจได้เลยนะ ฝืนใจทำตามแผนสักปีหนึ่งถ้าหายก็ดีไม่หายก็ไม่เป็นไร ส่วนผลของเกมนี้น่ะเรารู้อยู่แล้ว แม่มีเพื่อนอ้วนๆ เยอะ เขาบอกว่าลดความอ้วนแล้วคงน้ำหนักให้ได้หนึ่งปีกับไปเกิดใหม่น่ะยากพอ ๆ กัน                

แม่!” บุตรชายจ้องหน้าผู้เป็นแม่ เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แกมขี้เล่นของมารดา เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะและโผเข้ากอดมารดาไว้แน่น

แม่นี่เยี่ยมจริงๆ เลย               

เป็นเรื่องที่นักธุรกิจเขาคุยกันจ้ะ ปิ่นมณีตอบอย่างภาคภูมิใจ เธอไม่ลืมที่จะยักคิ้วให้บุษราที่แอบยกนิ้วโป้งให้ลับหลังปราณ

5 Responses so far »

  1. 1

    Gevalin said,

    Super!

    You make my days in New Zealand !🙂 since i havent got any thai friend and no book to read either, i am waiiting to read more na ka!

    cheers,

  2. 2

    jeenina said,

    มาติดตามอ่าน และให้กำลังใจนางเอกด้วยคนค่ะ ^^

    ไม่ได้ให้กำลังใจให้ลดความอ้วน เพราะรู้สึกว่าเสียดายถ้านิยายเรื่องนี้จะกลายเป็นนิยายโหล ๆ อีกเรื่องนึงค่ะ (แบบว่ามันมีหลายเรื่องแล้วง่า ^^”..) แต่มาให้กำลังใจ ให้เห็นคุณค่าและความงามของชีวิตของตัวเองมากกว่า สู้ ๆ น้า ^^

  3. 3

    kully said,

    สนุกมากค่ะ

    รอติดตามตอนต่อไปนะคะ

    เดาว่าคุณปิ่นมณีจ้องมีแผนอะไรแน่เลย

  4. 4

    Jan said,

    อย่าให้ป่านผอมเพรียวเลยนะคะ อยากให้พระเอกรักเพราะเธออ้วนๆน่ารัก และรักในนิสัยใจคอมากกว่าค่ะ

  5. 5

    littleploy said,

    หนูป่านกินยาฆ่าตัวตายจริงๆเหรอเนี่ย หรือเป็นแค่แผนนะ


Comment RSS · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: