ยายอ้วนเจ้าเสน่ห์ ตอน 6 การจู่โจมสุดระทึก!

เสียงเคาะประตูห้องอาหารทำให้สองแม่ลูกที่กำลังรับประทานอาหารเช้าก่อนออกไปทำงานหันขวับไปมองพร้อมกัน

บ้านหลังนี้มีคนอยู่เพียงสามคนคือปิ่นมณี ปราณ และเด็กรับใช้อีกหนึ่งคน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในห้องอาหารนี้แล้ว

ไม่มีเสียงแตรรถ ไม่มีเสียงกดกริ่ง ก็ไม่น่าจะมีเสียงเคาะประตู

“ใครน่ะ?” สาวใช้วัยเกือบสี่สิบเศษร้องถาม พลางมองที่ประตูแบบหวาดๆ พร้อมเอื้อมมือหยิบขวดน้ำเหมือนเตรียมตัวตั้งรับการจู่โจม

ประตูเปิด ผู้ที่โผล่หน้ามายืนอยู่กลางช่องประตู ทำให้ปราณเบิกตากว้างเหมือนเจอผีหลอก

“เพล๊ง!”

ท่ามกลางความเงียบงันเพราะความตกตะลึงของเจ้าของบ้าน ช้อนจากมือปราณตกกระทบชามข้าวต้มให้เสียงที่ดังก้องกว่าปกติ

มัสลิน!

เธอสวมชุดชาวเขาประยุกต์ เสื้อผ้าฝ้ายทอมือเส้นใยหนาสีแดงสดแบบป้ายไปผูกเชือกด้านข้าง มีกระเป๋าใบใหญ่เกือบเต็มอกปักลายละเอียด ปล่อยชายหลวมทับกางเกงชาวเขาสีดำตัดด้วยผ้านิ่มทิ้งตัวแบบจับจีบรอบเอวปล่อยเป้ายานเกือบถึงถึงพื้นข้อเท้าแคบดูหลวมโพรกแสนสบายคล้ายลูกบอลลูน ในมือถือกระเช้าขนาดใหญ่ใส่ซุปไก่สะกัดกล่องสีแดงสดพอๆ กับสีเสื้อ

หญิงสาวผู้มาเยือนส่งยิ้มทักทายเจ้าของบ้านด้วยรอยยิ้มกว้างและเจิดจ้าไปด้วยสีแดงเพลิงจากลิปสติกที่ริมฝีปากที่ประชันความแดงกับสีเสื้อและกล่องซุปไก่

ปราณรู้สึกตัวชาขยับตัวไม่ได้เหมือนแขนขาเป็นตะคริวขึ้นมาฉับพลัน ใจกระเจิงออกไปจากห้องตั้งแต่เห็นผู้มาเยือนแล้ว เขาได้แต่จ้องมองหญิงสาวร่างใหญ่ในชุดรุ่มร่ามตาไม่กะพริบ

 “ป่าน!” ปิ่นมณีก็มีอาการไม่ต่างจากไปจากลูกชาย

 “ป่านเพิ่งหายดีค่ะ ได้ข่าวว่าปราณไม่สบาย เลยมาเยี่ยม ขอโทษนะคะที่มาช้าไปหน่อย” หญิงสาวบอกวัตถุประสงค์ใบหน้าเกลื่อนยิ้มพลางชูกระเช้าซุปไก่ประกอบ

ปราณนั่งตัวเกร็ง จังหวะการเต้นของหัวใจสะดุดเมื่อเธอทำท่าจะก้าวเข้ามาหา เขาลุ้นจนแทบหยุดหายใจ แล้วเผลอระบายลมหายใจโล่งอกเมื่อเธอเลือกยืนพิงขอบประตูมองมายังเขาแทน แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่มีวินาที เขาเริ่มใจแป้ว เมื่อคิดว่าถึงอย่างไรมัสลินก็ต้องก้าวเข้ามาในห้องอยู่ดี ขณะที่เขายังคิดไม่ตกว่าจะวิ่งผ่านร่างใหญ่โตที่ยืนขวางประตูออกไปนอกห้องได้อย่างไร เขาเหลือบตามองหน้าต่าง บอกตัวเองว่าถ้าจวนตัวจริงๆ เขาก็จะพุ่งตัวออกทางหน้าต่างนี่แหละ

“ป่านมาคนเดียวหรือลูก?” ปิ่นมณีเองก็พยายามเรียกสติที่กระเจิงเพราะการแต่งตัวแบบไม่สนใจสายตาคนดูของมัสลิน ในใจคิดหาทางช่วยเหลือลูกชายที่นั่งหน้าซีดเผือดออกเหลืองเหมือนกระดาษถนอมสายตาและนั่งตัวเกร็งเหมือนถูกนางแม่มดสาปให้เป็นหิน

ไม่คิดมาก่อนว่ามัสลินจะกล้าจู่โจมมาถึงบ้านเช่นนี้

“ป่านไปรอในห้องรับแขกก่อนดีมั้ยจ๊ะ อากับปราณใกล้จะทานเสร็จแล้วพอดี” พูดพลางยิ้มหวานและเดินเข้าไปหาหมายจะนำพาเธอไปให้พ้นจากบริเวณกรอบประตูเพื่อเปิดทางสะดวกให้ลูกชาย

“ป่านยังไม่ได้ทานข้าวเช้ามาเลยค่ะ ขอฝากท้องด้วยคนนะคะ” มัสลินยิ้มหวานและพูดเสียงหวานตอบ ตอนท้ายเธอหันไปส่งสายตาขออนุญาตเจ้าของบ้านหนุ่มที่สบตาเธอแล้วทำท่าสะดุ้งเฮือกเหมือนถูกเข็มแทง

ท่าทางตื่นตระหนกของสองแม่ลูกทำให้หญิงสาวแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่

หลังจากนั่งวางแผนกับนักกำหนดอาหารเมื่อวานนี้ เธอออกไปซื้อของเยี่ยมกลางดึก และตรงดิ่งมาที่บ้านปิ่นมณีโดยไม่บอกใคร แม้แต่นักกำหนดอาหารเจ้าของแผนการก็คงคิดไม่ถึงว่าเธอจะเริ่มทำตามแผนรวดเร็วปานฟ้าแลบ และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ปิ่นมณีเห็นดวงตาเป็นประกายและรอยยิ้มมุมปากของหญิงสาวแล้วเข้าใจวัตถุประสงค์การมาที่แท้จริงของเธอในทันที

มัสลินต้องการมาข่มขวัญปราณ และดูเหมือนจะได้ผลเกินคาดเสียด้วย

ปราณกลัวจนสติแตกไปแล้ว

มัสลินส่งสายตาหมายตาเก้าอี้ว่างข้างปราณ ปิ่นมณีตัดสินใจคว้าแขนหญิงสาวไว้ ฝืนยิ้มอ่อนหวานทั้งๆ ที่อยู่ในภาวะเครียด จึงดูเป็นการฝืนยิ้ม“ได้จ้ะ แต่เดี๋ยวอาขอจัดที่จัดทางแป๊บนึงนะจ๊ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะอาปิ่น  ไม่ต้องจัดอะไรหรอก คนกันเอง ป่านไม่ถือ”

“แต่อาอยากให้ป่านไปรอในห้องรับแขกนะ!” ปิ่นมณีเริ่มหมดความอดทนพูดเสียงแข็งท่าทางขึงขัง

ปิ่นมณีพยายามดึงมัสลินไปให้พ้นจากช่องประตู แต่มัสลินรู้ทัน เธอจึงยืนหยัดไม่ขยับเขยื่อน หญิงร่างเล็กอย่างปิ่นมณีจึงทำอะไรไม่ได้ เธอใช้ความสูงระดับหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรให้เป็นประโยชน์ มองข้ามหญิงร่างกะทัดรัดอย่างปิ่นมณีไปส่งยิ้มข่มขวัญให้ปราณ

 “ยังป่วยอยู่หรือคะปราณ ทำไมหน้าซีดจัง ป่านมียาดมมาด้วยนะ” ชะโงกหน้าคุยและเรียกขานเขาอย่างสนิทสนมเหมือนที่เคยทำในวัยเด็ก

มัสลินยอมขยับตัวเพื่อถอยหลัง ปิ่นมณียังยืนขวางทางอยู่ เธอหวังว่ามัสลินจะยังพอมีมารยาทพอที่จะไม่ผลักจนเธอพ้นทาง แต่แล้วจู่ๆ มัสลินกลับเคลื่อน

เท้าไปด้านข้างปิ่นมณีลืมตัวกางแขนกางขาคล้ายนักบาสเก็ตบอลกำลังป้องกันการเข้าทำคะแนนของฝ่ายตรงข้าม

ปราณรู้ดีว่าในที่สุดมารดาเขาที่ตัวเล็กกว่ามัสลินเกือบเท่าตัวต้องเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ เมื่อเห็นผู้เป็นแม่เริ่มเสียหลักถอยหลังมาหนึ่งก้าว ปราณเริ่มขยับตัว

เขาลุกพรวดพราดขึ้นจนเก้าอี้เกือบล้ม เขาใช้มือยันขอบโต๊ะเมื่อรู้สึกเหมือนบ้านหมุน ไม่รู้เรี่ยวแรงหายไปไหนหมด เขาเหลือบตาประมาณระยะห่างระหว่างจุดที่เขายืนกับประตูและหน้าต่าง

ชายหนุ่มบอกตัวเองว่าถ้ามัสลินทำให้มารดาเขาถอยหลังมาเป็นก้าวที่สาม เขาจะกระโดดออกทางหน้าต่างทันที

วินาทีนี้เขาลืมคิดถึงคำว่าศักดิ์ศรีลูกผู้ชายไปสนิท บอกตัวเองว่าต้องเอาตัวเองให้รอดไปจากห้องนี้ก่อน

ในที่สุดมัสลินก็หลอกล่อและหลบเลี่ยงการบังของปิ่นมณีมาได้ ปิ่นมณีหันตัวกลับเพื่อที่จะรีบวิ่งไปกันหญิงสาวอีกครั้ง แต่ก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นปราณโผไปที่หน้าต่าง กระชากมุ้งลวด แล้วพุ่งตัวออกไปราวกับท่าเสือเผ่นตามมาด้วยเสียงร้อง “โอ๊ย” สุดเสียง

“ปราณ!”

ปิ่นมณีและมัสลินรีบตามไปที่หน้าต่าง เห็นปราณยันกายลุกขึ้นอย่างยากเย็นและวิ่งลากขาข้างหนึ่งออกไปโดยไม่หันหลังกลับ

มัสลินลืมตัวหัวเราะเสียงดังอย่างขบขันแกมสะใจ

ปิ่นมณีเห็นท่าทางกลัวลนลานและท่าวิ่งขากะเผลกของลูกชายแล้วรู้สึกปวดใจและโกรธจี๊ดขึ้นศีรษะเลยทีเดียว

“ป่าน!” เธอเรียกชื่อหญิงสาวที่ยังหัวเราะจนตัวกระเพื่อมด้วยน้ำเสียงเข้มและแหลม สีหน้าของเธอก็พลอยจริงจังจนกลายเป็นบึ้งตึงไปด้วย

มัสลินหยุดหัวเราะฉับพลัน

ไม่เคยเห็นปิ่นมณีผู้อ่อนหวานและอารมณ์ดีโกรธขนาดนี้มาก่อนเลย

“หนูทำเกินไปแล้วนะ รู้ว่าเขากลัว ยังตามมาถึงที่นี่ ทำเขาเกือบตายรู้มั้ย”
 
“ป่านแค่อยากมาเยี่ยม” ทำเสียงอ่อยเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ เหลือบตาไปยังกระเช้าของเยี่ยม แต่ปิ่นมณีกลับตวัดสายตาคมวาวใส่

มัสลินคิดว่าแม่เสือหวงลูกคงมีแววตาเช่นนี้เอง

“อาจะโทร.หาพ่อป่าน บอกเขาว่าป่านเป็นคนทำลายข้อตกลงของเรา อาจะไม่เอาชีวิตลูกชายอาไปเสี่ยงกับวิธีสิ้นคิดแบบนี้อีก เป็นอันว่าทุกอย่างจบ  อาจะไม่ส่งสินค้าล็อตล่าสุดให้พ่อป่าน เขาจะไปหาสินค้าที่ไหนก็เชิญ ถ้าหาของไม่ทันส่งออก บริษัทเจ๊ง ถูกปรับหมดตัวก็อย่ามาโทษอาละกัน เพราะป่านเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้!”

“อาปิ่น!” มัสลินอ้าปากค้าง เธอไม่คิดว่าเรื่องข่มขวัญสนุกๆ ของเธอจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขั้นจะทำให้พ่อถึงกับหมดตัวเช่นนี้

หญิงสาวทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ได้แต่ผู้อาวุโสกว่าตาปริบๆ ส่งสายตาขอโทษและขอร้อง

ปิ่นมณีเบือนหน้าหนี

หญิงสาววางกระเช้าของเยี่ยม เคลื่อนตัวไปยืนตรงหน้า ยกมือไหว้

“ป่านขอโทษค่ะอาปิ่น” ป่านจะไม่ทำแบบนี้อีก อาปิ่นอย่างทำอย่างนั้นกับพ่อเลยนะคะ”

ปิ่นมณีส่งสายตาเรียบเฉยเย็นชาให้หญิงสาว

“คำขอโทษมันชดเชยกันได้หรือป่าน ถ้าเราอยู่ในตึกสูงแล้วปราณกระโดดลงไปโหม่งโลก อาจะทำอย่างไง? เขาเป็นลูกชายคนเดียวของอานะ” น้ำเสียงในตอนท้ายของปิ่นมณีสั่นเครือ

อารมณ์สะเทือนใจผู้เป็นแม่ที่ห่วงใยลูกชายกระทบใจมัสลิน  เธอเองก็ไม่คิดว่าปราณจะกลัวแบบไร้สติถึงขนาดพุ่งหลาวออกทางหน้าต่างเช่นนี้

สายตารู้สึกผิดและเสียใจของหญิงสาวทำให้ความโกรธของปิ่นมณีคลี่คลายลง เธอเอื้อมมือไปจับมือหญิงสาว

“ฟังอานะป่าน” น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น “ปราณเขากลัวคนอ้วนจริงๆ ไม่ใช่แกล้ง ต่อให้อยู่บนตึกสูงยี่สิบชั้นเขาก็จะกระโดด อาถึงต้องให้เขาไปพบจิตแพทย์ไง รับปากกับอานะว่าจะไม่ทำอะไรไม่คิดแบบนี้อีก”

หญิงสาวพยักหน้ารับหงอยๆ

ปิ่นมณีมองหญิงสาวร่างใหญ่ที่ก้มหน้าหลุบตาต่ำยืนกุมมืออยู่ตรงหน้า ใจหนึ่งสงสาร แต่อีกใจหนึ่งก็ยังไม่เชื่อว่าเธอจะรู้สึกผิดจริง

“อาจะยกโทษให้ถ้าป่านรับปากกับอาว่าจะกลับไปทำตามข้อตกลงของเรา แทนที่มาตามราวีปราณอย่างนี้ กลับไปจัดการกับตัวเองให้ดูดีกว่านี้” ว่าพลางเหลือบตาดูร่างกายภายใต้เสื้อผ้าที่รุงรังเหมือนแม่บ้านที่สิ้นหวังไม่ไยดีต่อชีวิต

สายตาของปิ่นมณีทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนวูบทั่วใบหน้าด้วยความอับอาย

“ส่วนปราณก็จะเริ่มไปพบจิตแพทย์เสียที ช่วงนี้ก็ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง อย่ามาหาเรื่องกัน รับปากอาได้มั้ย?”

มัสลินรู้ว่าไม่มีทางเลือก จึงได้แต่พยักหน้ารับพยายามเก็บความรู้สึกคับข้องใจไว้ภายใน

เธอก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ด้วยความมุ่งมั่นหวังจะพิชิตชัยชนะแต่กลับแพ้เชิงของนักธุรกิจอย่างปิ่นมณีอย่างหมดท่า แม้จะได้ความสะใจที่เห็นปราณวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน แต่ไม่คุ้มกันเลยกับการต้องมาถูกคาดโทษและรับปากกับปิ่นมณีอย่างหมดฟอร์มเช่นนี้

 เสียงโทรศัพท์มือถือทำให้มัสลินที่กำลังเล่าบรรยากาศชุลมุนในบ้านของปิ่นมณีให้ผู้เป็นย่าและเอกภพฟังด้วยความขบขันและสะใจรับโทรศัพท์ตามความเคยชิน

“กำลังปลาบปลื้มกับผลงานของตัวเองอยู่หละสินะ” เสียงหญิงสาวจากปลายสายดังขึ้นก่อนที่มัสลินจะออกปากกล่าวคำทักทายเสียอีก
“คุณเป็นใคร?” มัสลินถามงงๆ พลางเหลือบตามอง เห็นเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นตา

“ฉันชื่อหมอเม เป็นเพื่อนปราณ”

“อ๋อ…หมอเม…เพื่อนปราณ” มัสลินลากเสียงยาว พลางหันไปหลิ่วตาให้ผู้เป็นย่าและเพื่อนชาย

“นายปราณโทร.ไปฟ้องคุณหมอหรือคะ?” พูดเสียงอ่อนเสียงหวานตั้งใจยั่วยวน

“คุณทำเกินกว่าเหตุไปหน่อยแล้วนะ รู้มั้ยว่าปราณเกือบขาหัก”

“โถๆๆ…นายปราณนี่สำออยไม่เบานะ แค่เท้าแพลงเล็กน้อย กลับไปอ้อนคุณหมอว่าขาหัก สงสัยอยากให้คุณหมอประคบประหงมเป็นพิเศษ ”

มัสลินรู้อาการของปราณดี เพราะปิ่นมณีโทรศัพท์มาโวยวายกับพ่อเธอ ส่วนพ่อเธอก็มา “เฉ่ง” กับเธออีกต่อหนึ่ง แต่เมื่อเห็นเธอกับคุณย่าและเพื่อนชายกำลังคุยกันอย่างออกรถจึงเดินคอแข็งออกไปเมื่อครู่นี้เอง

“นี่คุณป่าน…ถ้าคุณไม่อยากแต่งงานกับปราณ เราพูดกันดีๆ ก็ได้ ปราณเขาก็ไม่อยากแต่งงานกับคุณเหมือนกัน เราพร้อมจะเจรจานะ”

“เรา?” มัสลินขึ้นเสียงสูง “หมายถึงคุณหมอกับนายปราณน่ะหรือคะ?”

“ใช่…เฉพาะเรา ผู้ใหญ่ไม่เกี่ยว เรื่องแบบนี้เด็กๆ อย่างพวกเราจะจัดการกันเอง”

“นี่นายปราณเขาส่งคุณหมอมาเจรจาหรือคะ?” มัสลินย้อนถามหลังจากหัวเราะขึ้นจมูก

“บอกนายปราณนะว่าฉันจะเจรจากับเขาก็ต่อเมื่อเราเผชิญหน้ากัน…สองต่อสอง” มัสลินยื่นข้อเสนออย่างฉะฉาน

ทั้งคุณย่าและเพื่อนชายชูนิ้วโป้งให้

อีกฝ่ายนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ

“คุณต้องการอะไรกันแน่? คุณก็รู้ว่าปราณเจอหน้าคุณไม่ได้ ถ้าไม่อยากแต่งงานกับปราณ ก็คุยกับฉันสิ จะทำให้ยุ่งยากไปทำไม” อีกฝ่ายเริ่มพูดเสียงขุ่นเหมือนหมดความอดทน

“ฉันจะคุยกับคนที่ได้รับมอบอำนาจจากอาปิ่นเท่านั้น…ไม่ใช่คุณ” มัสลินพูดเสียงเข้มพอกัน “เว้นเสียแต่ว่าคุณกับนายปราณจะเขียนหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรว่าคุณกับเขาเป็นแฟนกันหรือเป็นผัวเมียกันก็ได้”

“นี่คุณ!”

มัสลินหัวเราะรับเสียงระรื่น

“บอกนายปราณนะว่าถ้าเขาแหวะใส่ฉันได้ ฉันก็ทำให้เขาพุ่งหลาวหนีฉันหัวซุกหัวซุนได้เหมือนกัน” ว่าแล้วก็ตัดสายทันที แล้วหันไปยกสองมือตบมือกับเพื่อนชาย

“เยี่ยมจริงๆ ป่าน ยายหมอปากเสียนั่นคงโกรธจนแทบกระอักเลือดเชียวหละ” เอกภพสะใจยิ่งนัก เขาไม่ถูกชะตากับเมทินีตั้งแต่แรกเห็น นอกจากจะกล้าแต่งตัวเหมือนนางแบบบนแคตวอล์กออกมาเดินบนถนน และวางท่ามั่นใจในตัวเองจนเกินเหตุแล้ว ยังปากเสียเรียกขานเพื่อนเขาอย่างไม่เกรงใจว่า “ยายตุ้ยนุ้ย” และ “ยายฮิปโป” อีกด้วย เหตุผลข้อสุดท้ายนี้ให้อภัยไม่ได้

“แสดงว่าปราณกับยายหมอนั่นมีอะไรกันจริงๆ” มาลินีชะโงกหน้ามาทำเสียงกระซิบกระซาบอย่างตื่นเต้น แม้จะเป็นคุณย่า แต่เธอเข้ากับหลานๆ ได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยราวกับเป็นเพื่อนวัยเดียวกัน

“ไม่อย่างงั้นคงไม่โทร.ไปออดอ้อนรายงานกัน แล้วยายหมอนั่นก็โทร.มาเจรจากับป่านเหมือนเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างนี้หรอก”

“แย่จัง” มัสลินว่าพลางตบมือกับเบาะโซฟาเสียงดัง “ป่านลืมอัดเสียงไว้ จะได้เก็บไว้ยืนยันกับพ่อกับอาปิ่นว่า ยายหมอนั่นยอมรับว่าเขากับนายปราณมีอะไรกันจริงๆ”

“เมมเบอร์ยายหมอนี่ไว้เลยป่าน คราวหน้าถ้าโทร.มาอีก หลอกล่อให้พูดออกมาให้ได้” เอกภพแนะนำ

“คอยดูนะ จะเล่นให้เจ็บให้จุกทั้งสองคนนั่นแหละ”

แผนการของพิตต้าเริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ติดคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับปิ่นมณีหละก็ เธอจะวิ่งไปเผชิญหน้าปราณอีกครั้งในวันนี้พรุ่งนี้เลยทีเดียว

ปราณนั่งทำใจอยู่นานจนปล่อยให้เสียงโทรศัพท์ที่โชว์เบอร์มัสลินดังขึ้นถึงสามรอบ ระหว่างนั่งตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ ดูเหมือนอาการปวดร้อนและเต้นตุบ ๆ ที่ข้อเท้าจะทวีความรุนแรงขึ้น ความโกรธที่มีต่อมัสลินและความเจ็บใจตัวเองก็ทวีขึ้นเช่นกัน

นี่ยายป่านช้างยิ้มสุดแสบจะหยุดราวีเขาสักวันไม่ได้เชียวหรือ ส่วนตัวเขาเองเมื่อไรจะเลิกขวัญผวากับชื่อ เสียง และหน้าตาของมัสลินเสียที

“สวัสดีคนขี้ฟ้อง” คำทักทายแรกของเธอก็ทำให้เขาเริ่มปวดหัวจี๊ดเสียแล้ว

“เสียดายนะที่เจ็บเท้า ถ้าปากเจ็บคงจะฟ้องใครไม่ได้ รู้มั้ยว่าฉันโดนทั้งพ่อฉัน ทั้งคุณหมอเมแฟนนายเฉ่งจนหูชาไปหมดแล้ว”

“นี่ป่าน ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือที่ทำให้ผมเป็นถึงขนาดนี้”

“รู้สึกสิ…รู้สึกดีไงล่ะ”

ปราณเม้มปากกับเสียงหัวเราะเสียดหูแทงใจ แล้วอาการปวดข้อเท้าจนรู้สึกถึงการเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจก็เกิดขึ้นอีก ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ขยับเขยื่อนร่างกายเลย มันคงรับรู้ได้ถึงการเยาะเย้ยจากผู้หญิงร่างใหญ่ใจร้ายอย่างมัสลินนั่นเอง

“ฟังนะนายปราณ นี่แค่สเตปแรก คราวหน้าไม่ใช่แค่มองหรือข่มขู่ด้วยวาจา แต่ฉันจะเข้าไปลูบคลำนายให้ดู อยากรู้เหมือนกันจะจะช็อกคามือรึเปล่า” ว่าแล้วสำทับด้วยเสียงหัวเราะ  “จะได้ไม่มีโอกาสไปฟ้องใคร”

ปราณใจหายวาบขนลุกซู่เกิดอาการเย็นวาบจากปลายเท้าขึ้นไปถึงศีรษะเลยทีเดียว อย่างนี้กระมังที่เขาเรียกกันว่า “กลัวจนขนหัวลุก” ความเป็นคนช่างจินตนาการจนมักถูกจินตนาการของตัวเองเล่นงานเอาบ่อยๆ ทำให้ปราณนึกภาพตาม

 …ร่างใหญ่โตของเธอเคลื่อนเข้ามาใกล้ เธอเอื้อมมือมาลูบไล้สัมผัสใบหน้าเขา…โอย…รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกขึ้นมาทันที

“ผมไปทำอะไรให้หรือป่าน คุณถึงจงเกลียดจงชังผมขนาดนี้”

“มากมายนับไม่ถ้วน แหวะใส่หน้าฉัน หาว่าฉันเป็นยายอ้วน เจ้าเล่ห์มีแฟนอยู่แล้วยังมาคิดแผนให้ฉันลดความอ้วนตั้งยี่สิบกิโล โอ๊ย! จาระไนไม่หมดหรอก เพราะฉะนั้นให้แก้แค้นอีกซักสิบครั้งก็ยังไม่สาแก่ใจ”

ชายหนุ่มรู้สึกร้อนวูบวาบทั่วใบหน้า คราวนี้เป็นเพราะความโกรธ

“ถ้าผมเอาคืนมั่งก็อย่ามาว่ากันละกัน”

“อ๋อเหรอ…” หญิงสาวทำเสียงยานคางพลางหัวเราะอย่างเย้ยหยัน “คนขี้โรคแอบจิตอย่างนายจะมาทำอะไรยายอ้วนอัจฉริยะอย่างฉันได้ยะ บอกอาปิ่นไว้นะว่าถ้ายังไม่เลิกเอาเรื่องธุรกิจมาข่มขู่พ่อฉัน เตรียมต่อโลงรอได้เลย ยายอ้วนมัสลินคนนี้ไม่ยอมวางมือง่ายๆ หรอก”

“ป่าน! คุณมัน…” ปราณนึกคำพูดที่สะใจไม่ออก เสียงหัวเราะเหมือนนางยักษ์ในเรื่องผีเสือสมุทรดังก้องหู แล้วมัสลินก็ชิงตัดสายไป

เธอโทรศัพท์มาเพื่อข่มขวัญทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาเจ็บเจียนตาย

เขาเพิ่งตระหนักด้วยตัวเองตอนนี้เองว่า เขาไม่ควรหลีกเลี่ยงการพบจิตแพทย์ที่แม่จัดหามาให้เพราะอาการกลัวคนอ้วนของเขารุนแรงกว่าที่คิด การกระโดดพุ่งตัวออกทางหน้าต่างทำจนข้อเท้าแพลง ทำให้เขาโดนมารดาตำหนิว่าตกใจจนเกินเหตุและไร้สติ โชคดีที่ห้องอาหารอยู่ชั้นล่าง เขาอาจคอหักตายได้ถ้ากระโดดออกมาจากหน้าต่างชั้นสอง

“แม่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมปราณกลัวถึงขนาดนี้ เขารู้จุดอ่อนแล้ว เขาจะใช้วิธีนี้แกล้งปราณอยู่เรื่อยๆ ถ้าไม่รีบรักษา ก็จะตกเป็นเบี้ยล่างความกลัวอยู่อย่างนี้แหละ”

ปราณเองก็เชื่อว่ามัสลินจะต้องทำอีกแน่ เขายังจำแววตาของเธอติดตาติดใจ มันเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น สนุกสนานและสะใจ  เหมือนแววตาของเด็กเกเรที่แกล้งทำร้ายสัตว์หรือคนพิการไร้ทางสู้

ชายหนุ่มระบายลมหายใจด้วยความหนักใจ ไม่นึกมาก่อนเลยว่าจะต้องมาพบกับเรื่องหนักหนาทั้งเชิงกายภาพคือน้ำหนักตัวของมัสลิน และในเชิงจิตใจคือการคุกคามข่มขู่ของเธอ

กิตติเคยบอกว่าผู้หญิงอ้วนน่ารักอารมณ์ดี

ไม่เชื่อเด็ดขาด

มัสลินเป็นผู้หญิงอ้วนที่ร้ายกาจที่สุดในโลก!

3 Responses so far »

  1. 1

    eoung said,

    ในชีวิตจริงจะมีคนเป็โรคกลัวความอ้วนของคนอื่นไหมเนี่ย ถ้ามีจริงผู้ชายคนนั้นเป็นคนที่แย่ที่สุด

    สนุกมากค่ะ แต่แหมนานจังเลยกว่าจะได้อ่านอีก ของลงอาทิตย์ละ 2-3 บทไม่ได้เหรอคะ

  2. 2

    มด said,

    ไม่รู้จะสงสารหนือสมน้ำหน้าปราณดี ช่างทำร้ายจิตใจคนอ้วนเช่นเรานัก

  3. 3

    It’s a pity you don’t have a donate button! I’d definitely donate to this excellent blog!
    I guess for now i’ll settle for book-marking and adding your RSS
    feed to my Google account. I look forward to new updates and
    will share this blog with my Facebook group. Talk soon!


Comment RSS · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: