คิดว่าไป”ให้”แต่กลับ”ได้”มาเต็มๆ

bird watching

เมื่อไม่นานมานี้เพื่อนรุ่นพี่ผู้พอมีอันจะกินพาไปช่วยทำกิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติผ่านการดูนกและนักสืบสายน้ำให้แก่พระและเณรจากสปป.ลาว ที่มาเรียนที่เชียงใหม่หลายสิบรูป เพื่อให้นักรบทางธรรมเหล่านี้จะได้รับความรู้ในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกลับไปดูแลบ้านเมืองตัวเอง

สำหรับผู้ที่ไป “ให้” กลับได้รับความอิ่มเอมใจและ “ได้” มากกว่า

อย่างน้อยก็ได้เห็นว่ายังมีคน “โนเนม” อีกไม่น้อยที่ “มี” พอแล้ว และคิดแบ่งปันให้กับผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนไม่ว่าจะเป็นเรื่องชื่อเสียงหรือเงินทอง

ในหนังสือชื่อ profound healing เขียนถึง Peace Pilgrim หรือ นักบุญเพื่อสันติภาพ ไว้ว่าตลอด 28 ปีที่เธอเดินเท้ารณรงค์เรื่องสันติภาพ เธอพบเห็นคนมหาเศรษฐีและคนเก่งที่ไร้ความสุขนับไม่ถ้วน สิ่งที่เธอแนะนำคนเหล่านั้นคือให้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นมากกว่าตัวเอง แล้วคนเหล่านั้นก็ได้ค้นพบความสุขที่แท้จริง

ในรายการ “ราตรีสโมสร” เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพาเยี่ยมบ้านปฏิบัติธรรมของ “ป้าจิ๊” สิ่งที่น่าประทับใจไม่ใช่บ้านไม้และสนามหญ้าแสนสวยบนพื้นที่ริมน้ำ 5 ไร่ แต่เป็นแนวคิดของป้าจิ๊ ที่บอกว่าเธอจะตัดรายได้ 10 เปอร์เซนต์จากเช็คทุกใบที่ได้รับจากการทำงานเพื่อทำบุญ

ดิฉันเองก็เชื่อและปฏิบัติตามแนวคิดนี้อยู่ ขอยืนยันว่าสิ่งที่ป้าจิ๊พูดนั้นถูกทีเดียว มันช่วยการตัด “ความเห็นแก่ตัว” ลงได้ไม่น้อยค่ะ

เมื่อเร็วๆ นี้นิตยสาร Science เพิ่งตีพิมพ์งานวิจัยที่นักจิตวิทยาเก็บข้อมูลจากชาวอเมริกันจำนวน 600 กว่าคน ด้วยชุดคำถามที่ว่ามีเงินเดือนเท่าไร มีความสุขแค่ไหน พบว่าคนเหล่านี้ใช้เงินร้อยละ 10 ไปกับการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ให้คนใกล้ชิดและทำบุญ

นักวิจัยสรุปว่าปฏิกิริยาภายหลังการได้รับเงินโบนัสกับการให้นั้นใกล้เคียงกันมาก

หากช่วงนี้คุณรู้สึกไร้สุข ภาวะเศรษฐกิจทำให้คุณไม่ได้รับโบนัส

ลองหันไป “ให้” กับคนรอบข้าง หรือผู้ด้อยโอกาสดูสิคะ

หมายเหตุ : นักสืบสายน้ำคือวิธีการตรวจวัดคุณภาพน้ำจืดโดยดูจากสัตว์เล็ก ในประเทศไทยวิธีการนี้ได้รับการพัฒนาโดยมูลนิธิโลกสีเขียว

4 Responses so far »

  1. 1

    eoung said,

    ขออนุโมธนาด้วยคนนะคะ สาธุ

  2. 2

    อ้อย said,

    สวัสดีค่ะคุณชาครียา อ้อยต้องขอโทษด้วยนะคะที่ต้องมาแจ้งข่าวตรงหน้านี้ เนื่องจากอ้อยไม่รู้จริงๆ ค่ะว่าจะติดต่อคุณชาครียาเป็นการส่วนตัวได้อย่างไร แต่เมื่อบริสุทธิ์ใจอ้อยก็พร้อมที่จะชี้แจง แม้ว่าคุณชาครียาจะทราบหรือไม่ทราบก็ตาม

    สืบเนื่องมาจากอ้อยเพิ่งเริ่มแต่งนิยาย และนิยายนั้นได้รับการตีพิมพ์และวางแผงเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 51 ที่ผ่านมา กับสำนักพิมพ์อันลักค์-อินเลิฟ โดยใช้ชื่อเรื่อง “ฤทัยเสน่หา”

    และปรากฏว่านามปากกาที่อ้อยใช้นั้น (ชาคริยา) กลับมีปัญหาเพราะเกือบเหมือนของคุณชาครียา จนทำให้เกิดเรื่องราวไม่คาดฝันด้วยมีนักอ่านที่ได้เสียเงินซื้อนิยายของอ้อย โดยผู้อ่านท่านนั้นคิดว่าเป็นคุณชาครียา แต่เมื่อรู้ว่าไม่ใช่ได้มีความรู้สึกเกลียดชังนิยายที่อ้อยเขียน และกลายเป็นว่าอ้อยแอบอ้างนามปากกาของคุณชาครียาในทางผลประโยชน์ซึ่งเป็นเรื่องที่อ้อยเสียใจเป็นที่สุด

    ดังนั้นด้วยความผิดพลาดที่เกิดขึ้น อ้อยจึงต้องรีบชี้แจงกับคุณชาครียาโดยตรง ว่าอ้อยไม่เคยมีเจตนาใช้นามปากกาเหมือนแต่ประการใดๆ แต่ที่มาแห่งนามปากกานี้ก็มาจากชื่อที่จะไปเปลี่ยนเป็นชื่อจริง จากเดิมสุดารัตน์ เป็นชาคริยา แต่สรุปว่าแม่ผู้เป็นคนตั้งชื่อให้ไม่ยินยอม อ้อยก็เลยต้องหยุดไว้เพียงแค่นั้นเพราะไม่อยากให้แม่เสียใจ และตัดสินใจใช้ชื่อเดิมต่อมา

    แต่เมื่อได้เขียนนิยายเป็นของตัวเอง (แนวโรแมนติคแฟนตาซีค่ะ) และยังไม่รู้จะใช้นามปากกาอะไร อ้อยจึงได้ใช้ชื่อที่มีไว้แล้ว (ชาคริยา หมายถึง ผู้มีความเพียร ความตื่นตัวตลอดเวลา คุณชาครียาคงรู้แล้ว แต่อ้อยก็อยากจะแจ้งค่ะ แหะๆๆ) มาเป็นนามปากกา โดยในขณะนั้นไม่ทราบเลยว่ามีนักเขียนที่ใช้นามปากกาว่าชาครียาอยู่แล้ว เพราะเมื่ออ้อยค้นหาคำว่า “ชาคริยา” ในเน็ต แล้วปรากฏว่าไม่มี อ้อยก็จึงตัดสินใจใช้ชื่อนี้เป็นนามปากกาเลย จนกระทั่งมีคนเข้ามาทักจวบจนถึงเวลานี้

    อ้อยจึงต้องเรียนมายังคุณชาครียาที่มีผลกระทบโดยตรง ว่าอ้อยต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งที่ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น โดยอ้อยได้เปลี่ยนนามปากกาใหม่แล้วเมื่อวานนี้ (9 มิ.ย. 51) เป็น “สุชาคริยา” แทนค่ะ โดยนำคำนำหน้าจากชื่อจริงมาใส่

    และไม่ว่าจะด้วยประการใดๆ อ้อยก็ยังต้องการที่จะชี้แจงและเรียนให้คุณชาครียาทราบด้วยใจจริงค่ะ ว่าอ้อยไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นจึงต้องขอเรียนให้ทราบและขอโทษอีกครั้งค่ะ

    และหากการชี้แจงของอ้อยในครั้งนี้เป็นการไม่สมควรหรือทำให้ท่านใดรู้สึกไม่พอใจ อ้อยก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    อ้อย

  3. 3

    chacreeya said,

    ถึงคุณอ้อยค่ะ

    อย่าเสียใจไปเลยนะคะ

    ดิฉันเชื่อร้อยเปอร์เซนต์เลยค่ะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องการแอบอ้างหรือลอกเลียน แต่เป็นเพราะเหตุบังเอิญ ประกอบกับทางสำนักพิมพ์ไม่ได้ช่วยตรวจเช็คให้ เพราะในฐานะคนเขียนหนังสือ รู้ดีว่ากว่าจะเขียนออกมาได้แต่ละเล่ม ต้องใช้เวลาและใช้ความคิด เราก็อยากให้งานออกมาในชื่อของเรา จะไปอ้างชื่อคนอื่นทำไม ที่สำคัญคนอ่านย่อมรู้ เพราะแนวและสำนวนของนักเขียนแต่ละคนแตกต่างกัน

    คำว่า “ชาครียา” เป็นชื่อที่เพราะและมีความหมายดีมากๆ
    ตอนเขียนนิยายเล่มแรกปิ๊งชื่อนี้เลยค่ะ

    เมื่อเร็วๆ นี้มีเพื่อนของเพื่อนเขียนหนังสือก็จะใช้นามปากกานี้เหมือนกัน เขาก็เพิ่งรู้ว่ามีคนใช้แล้ว เลยบายไป

    ถือว่าดิฉันโชคดีกว่านิดหนึ่งตรงที่มาก่อนละกันค่ะ

    ขอส่งกำลังใจให้เขียนนิยายดีๆ ออกมาเยอะ ๆ นะคะ แล้วจะคอยติดตามค่ะ

  4. 4

    อ้อย said,

    ขอบคุณมากๆ เลยค่ะที่คุณชาครียาเข้าใจและยังให้กำลังใจอ้อยอีก ขอบคุณที่สุดเลยค่ะ

    อ้อย


Comment RSS · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: