คู่วุ่นชุลมุนรัก ตอน 1

เสียงคล้ายปิดประตูดังปังดังมาจากชั้นล่าง

ดอกเตอร์หนุ่มสะดุ้ง

เสียงฝีเท้าตึงๆ ดังตามมา

เขาปิดไฟทุกดวง และนั่งทำงานในห้องนอนโดยใช้ไฟจากหัวเตียง เจ้าตีนแมวคงคิดว่าไม่มีคนอยู่จึงย่ามใจเดินเสียเต็มฝ่าเท้า

เขามาทำวิจัยเรื่องโลกร้อนที่ภูเก็ตสองเดือน ส่วนดอกเตอร์นิดหน่อยเพื่อนนักวิชาการที่รู้จักกันสมัยเรียนอยู่ต่างประเทศต้องไปเป็นอาจารย์พิเศษที่กรุงเทพระยะเวลาใกล้เคียงกัน จึงตกลงแลกบ้านกันอยู่เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและประหยัดพลังงานแทนการเสียเงินค่าโรงแรมและต้องใช้น้ำใช้ไฟของโรงแรมอีกเท่าตัว นอกจากแลกบ้านกันอยู่ ยังแลกรถกันใช้ เพื่อที่ต่างฝ่ายจะได้ไม่ต้องขับรถไปกลับกรุงเทพ-ภูเก็ต คิดเป็นค่าน้ำมันหลายพันบาท และคิดเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศหลายกิโลกรัม

เขาจะไม่ยอมให้บ้านดอกเตอร์นิดหน่อยถูกโจรกรรมในช่วงที่เขาอยู่อาศัยเด็ดขาด!


เขาปิดคอมพิวเตอร์ แหวกเอกสารกองโตที่วางเกลื่อนเตียงเพื่อหาทางลง มองหาอาวุธเหมาะมือ พบแต่หนังสือวิชาการปกแข็งเล่มหนาหนัก คว้าติดมือมมาแล้วกระโดดผลุงลงจากเตียง ค่อยๆ แง้มประตูห้อง

มีแสงสว่างจากชั้นล่าง!

ย่องเบาไร้เสียงลงบันไดพลางมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง

แสงไฟส่องสว่างมาจากห้องครัว

เขานึกถึงข่าวโจรย่องเบาอึคาบ้านแต่จนมุมตำรวจเพราะกล้องวงจรปิด เคยอ่านเรื่องเล่าบอกว่านี่คือเคล็ดของโจรย่องเบา แต่หวังว่าเขาจะไม่เจอเช่นนั้น

ดอกเตอร์หนุ่มยังเดินไม่ถึงประตูครัว จู่ๆ ก็มีร่างบอบบางในชุดสีดำก้าวผ่านประตูออกมา เขาพุ่งเข้าไปหา เงื้อหนังสือปกแข็งเล่มหนาขึ้นสูงเหนือศีรษะ จังหวะเดียวกับที่เห็นแววตาตื่นตระหนกภายใต้เปลือกตาสีดำคล้ำ

สายไปแล้ว แรงเฉื่อยจากการเคลื่อนที่ของวัตถุผสมกับแรงดึงดูดของโลกทำให้หนังสือเล่มโตตกลงบนศีรษะเธอเต็มแรง

โอ๊ย!” เธอร้องสุดเสียงแล้วล้มลง

ดอกเตอร์รุจน์ทิ้งหนังสือผวาเข้าไปรับร่างเธอไว้ทัน

เธอหมดสติอยู่ในอ้อมแขนเขา

ชายหนุ่มหันมองรอบตัวและเงี่ยหูฟัง ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ตามมา แสดงว่าเธอมาคนเดียว

เขาอุ้มผู้มาเยือนยามวิกาลไปที่ห้องรับแขก ปฐมพยาบาลด้วยการเขย่าตัวและตบแก้มเบาๆ ปลุกให้เธอรู้สึกตัว แต่เธอยังนอนนิ่งไม่ไหวติง จนเขาเริ่มวิตกว่าเธออาจคอหักไปแล้วก็ได้ เพราะหนังสืออ้างอิงเล่มนี้เป็นหนังสือปกแข็งที่หนักเกือบสองกิโลกรัม รีบเอื้อมมือไปอังจมูกแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เธอยังมีลมหายใจ คลำที่กระดูกคอไม่มีร่องรอยผิดปกติ

เมื่อเริ่มสังเกตอย่างเต็มตา พบว่าเธอเป็นหญิงสาวที่แต่งหน้าเข้มจัดด้วยโทนสีเขียวปีกแมลงทับเหลือบประกายเงินดูลึกลับแปลกตาออกไปทางน่ากลัว ปีกจมูกด้านซ้ายมีรอยเจาะและสวมห่วงตุ้มเงินทรงหมุดแหลมเข้ากันกับต่างหูที่มีขนาดใหญ่กว่า ผมยาวรวบขึ้นไปมัดกลางศีรษะปล่อยปลายผมชี้ไร้ทิศทางฉีดสเปรย์หลากสี ที่ข้อมือสวมกำไลสีเงินผิวขรุขระขนาดใหญ่กว่ากุญแจมือ โดยรวมดูราวกับเด็กพั้งก์ที่แต่งตัวไปงานปาร์ตี้วันฮาโลวีน

ศีรษะที่ห้อยต่ำเพราะเจ้าตัวไม่ได้สติทำเผยให้เห็นตรายี่ห้อที่คอเสื้อรูปแบบแปลกตา

เสื้อแบรนด์เนมชื่อดังจากต่างประเทศ

กระเป๋าถือแบรนด์เนมแสนเก๋ราคาแพงวางอยู่บนโต๊ะกลางหน้าโซฟา เขาถือโอกาสเปิดดูกระเป๋าสตางค์ เห็นบัตรเครดิตแพลทตินัมและบัตรประชาชนระบุชื่อนางสาวดุจญาดา เจริญโภคทรัพย์ คำนวณอายุได้ยี่สิบปี และมีภาพถ่ายหญิงสาวหน้าใสกับชายสูงวัยและชายหนุ่มหน้าตาดีอีกคน นอกจากนี้ยังมีธนบัตรใบละพันอีกปึกใหญ่

เธอไม่ใช่โจรย่องเบา แต่เป็นลูกเศรษฐีใจแตก

ชายหนุ่มรู้สึกรำคาญใจกับเครื่องสำอางเข้มหนาที่ทำให้เธอดูแก่แดดเกินวัยราวกับเป็นคนละคนกับหญิงสาวในภาพถ่ายจนอยากเช็ดออกให้หมด แต่สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือการถอดห่วงขนาดใหญ่ที่จมูกและหูออก เพราะกลัวว่าเธอจะฟื้นขึ้น ตกใจและเผลอดึงจนจมูกและหูฉีกเสียก่อน ซึ่งคงเป็นโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าไม่น้อย

เขาอยากโทรศัพท์หาดอกเตอร์นิดหน่อยเพื่อถามถึงหญิงสาวที่บุกรุกในยามวิกาลคนนี้ แต่ไม่อยากปลุกดอกเตอร์นิดหน่อยกลางดึก

เขาบอกตัวเองว่าถ้าเด็กเที่ยวคนนี้ฟื้นขึ้น เขาจะปล่อยเธอกลับบ้าน

โอย… หญิงสาวคลำศีรษะแล้วร้องครางอย่างเจ็บปวด เมื่อลืมตาเห็นใบหน้าเลือนลางของชายหนุ่มที่ก้มหน้าลงมาก็ผวาลุกขึ้น ผลักอก และจ้องหน้าเขาตาเขม็งท่าทางตื่นตระหนกแฝงเอาเรื่อง

แกเป็นใคร? เข้ามาในนี้ได้อย่างไง?

ดอกเตอร์รุจน์เบือนหน้าหนีกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ลอยมาปะทะจมูกฉุนกึก

คุณล่ะเป็นใคร? เข้ามาขโมยของหรือ?

ไอ้บ้า! แกนั่นแหละขโมย ว่าพลางฉวยโอกาสผลักอกอย่างแรงจนดอกเตอร์หนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวเกือบพลัดตกโซฟา

แกไม่รู้รึว่าฉันเป็นลูกใคร ฟาดหัวฉันอย่างงี้ แกมีเวลาหายใจอีกไม่กี่วันแน่ ข่มขู่พลางชี้หน้าด้วยมือที่สั่นเทาเพราะความโกรธ แล้วคลำศีรษะแล้วทำหน้าเจ็บปวด

เธอเห็นเงาดำพุ่งเข้ามาหา รู้สึกมีของแข็งกระทบศีรษะ หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ดอกเตอร์หนุ่มกลับรู้สึกขบขัน พอฟื้นก็ฤทธิ์เดชขึ้นมาทันที ถึงขนาดอ้างถึงบุพการี คงเป็นลูกคนใหญ่คนโตมิใช่น้อย

ผมชื่อดอกเตอร์รุจน์ เป็นเพื่อนดอกเตอร์นิดหน่อย ผมมาทำวิจัยที่นี่ ส่วนดอกเตอร์นิดหน่อยต้องไปอยู่กรุงเทพ เราเลยแลกบ้านกันอยู่

ตอนแรกหญิงสาวมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อใจ แต่เมื่อเห็นดวงตาภายใต้แว่นกรอบทองบางเฉียบที่ฉายแววฉลาดเฉลียวเหมือนพวกเด็กเรียนอัจฉริยะ เธอเริ่มคล้อยตาม

ดอกเตอร์นิดหน่อยเคยบอกเธอไว้เหมือนกันว่าต้องไปอยู่กรุงเทพสักพัก

หญิงสาวค่อยๆ ยันกายขึ้นนั่งอย่างยากเย็น ยกมือกุมศีรษะพลางร้องคราง แต่ทำตาขวางเมื่อเขาทำท่าจะเข้ามาช่วย

อย่ามายุ่งกับฉันนะ!”

เธอคว้ากระเป๋าถือเดินโซซัดโซเซขึ้นบันไดสู่ชั้นสองโดยมีดอกเตอร์รุจน์เดินตามมาติดๆ

เดี๋ยวๆๆ…คุณจะไปไหน?

หญิงสาวไม่ตอบ ใช้สองมือเกาะราวบันไดดึงร่างตัวเองมาหยุดที่หน้าประตูห้องนอนเล็กอย่างยากเย็น ผลักประตู เปิดไฟ เมื่อเห็นร่องรอยการเข้าพักบนเตียงนอนก็เบิกตาหันกลับมามองหน้าเขาท่าทางเอาเรื่อง

ใครใช้ให้นายมานอนห้องนี้!? ร้องถามเสียงแหลมอย่างเด็กเจ้าอารมณ์เตรียมพร้อมอาละวาด

ดอกเตอร์นิดหน่อย ผมบอกคุณแล้วนี่ว่าเราแลกบ้านกันอยู่

ฉันจะนอนห้องนี้ นายไปนอนห้องพี่นิดหน่อยก็แล้วกัน ว่าพลางเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงที่เต็มไปด้วยหนังสือและแฟ้มเอกสาร จากนั้นก็อ้าปากกว้างหาวยาว โดยไม่สนใจสายตาคัดค้านและต่อต้านของดอกเตอร์หนุ่มเลยแม้แต่น้อย

ผมเข้าไปใช้ห้องดอกเตอร์นิดหน่อยไม่ได้หรอก ทำไมคุณไม่กลับบ้านเสียล่ะ เขาเดินเข้าไปชะโงกหน้าอยู่ข้างเตียง

ฉันจะอยู่ที่นี่ ออกไป ว่าแล้วก็นอนขดตัวนอนตะแคง มือข้างหนึ่งคลำศีรษะแล้วทำหน้าเหยเพราะเจ็บระบม เธอหลับผล็อยไปเหมือนนักมวยถูกน็อกกลางเวที

ดอกเตอร์หนุ่มยืนคว้างอยู่กลางห้องชั่วขณะ มองหน้าเข้มที่หลับตาพริ้มแล้วส่ายหน้าระอา ถ้าไม่ดื่มแอลกอฮอล์มาเต็มที่ ก็คงใช้ยาเสพติดชนิดร้ายแรงจนทำให้ฟิวส์ขาดได้ถึงขนาดนี้

ผู้หญิงอะไรกล้านอนหลับต่อหน้าชายแปลกหน้า!

เขาจำต้องเดินไปเก็บคอมพิวเตอร์และตำรับตำราบนเตียงที่มีบางส่วนถูกนอนทับจนต้องดึงออกมาอย่างยากเย็น เขายังมีแก่ใจคลี่ผ้าห่มคลุมตัวให้เพราะคิดว่าเธอคงไม่รู้สึกตัวจนกว่าจะเช้า อากาศเย็นกลางดึกอาจทำให้ไม่สบายได้

เขารับปากดอกเตอร์นิดหน่อยว่าจะไม่ไปยุ่งห้องส่วนตัวของเธอ เขาจึงใช้ชีวิตคืนแรกในบ้านหลังนี้ด้วยการนอนหลับบนโซฟาในห้องรับแขกนั่นเอง

แกปล่อยให้ยายน้องดาหายไปได้อย่างไงวะไอ้นะ!” ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ผิวขาวคร้ามแดดไว้หนวดหนาเข้มระเบิดเสียงพร้อมเหวี่ยงแก้วเหล้าเกือบถูกศีรษะของชายหนุ่มผิวสองสีร่างสูงหุ่นนักกีฬาที่ยืนก้มหน้าอยู่ห่างออกไปประมาณสองเมตร

เสียงแก้วกระทบผนังห้องดังสนั่นก่อนหล่นแตกกระจายเต็มพื้น

เหมือนมีพลังบางอย่างตรึงเท้าไว้ ชายหนุ่มยืนนิ่งยอมรับความผิดพลาดโดยดุษณีย์

ผู้สูงอาวุโสคือเสี่ยธนา เจริญโภคทรัพย์ เป็นนักธุรกิจเจ้าของสัมปทานเกาะรังนกหลายแห่ง และธุรกิจอีกหลายประเภทบนเกาะภูเก็ต ส่วนชายหนุ่มคือชนะผู้เป็นลูกน้องคนสนิทและเป็นคนที่พาดุจญาดาลูกสาวคนเดียวของผู้เป็นนายออกไปเที่ยว แล้วกลับมาตอนตีสองเพื่อบอกว่าดุจญาดาหายตัวไป หลังจากขอตัวไปห้องน้ำในผับในโรงแรมที่เสี่ยธนาเป็นเจ้าของ

แกออกไปตามน้องดาให้เจอนะ ถ้าไม่ได้น้องดากลับมา อย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้า ชี้หน้าด้วยนิ้วที่สั่นเทาพลางออกคำสั่งเสียงเข้ม อาการ โกรธจนหนวดกระดิก ซึ่งแท้จริงเกิดจากการโกรธจนปากสั่นและกล้ามเนื้อเหนือริมฝีปากกระตุกปรากฎให้เห็น

ชายหนุ่มอีกคนที่นั่งไขว่ห้างกอดอกอยู่เงียบๆ มาตั้งแต่ต้นถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ดลดนัยถูกปลุกกลางดึกเพื่อมารับรู้ข่าวการหายตัวไปของน้องสาว และรู้ดีเหตุใดดุจญาดาจึงหายตัวไป

พ่อจะให้น้องดาแต่งงานจริงๆ หรือครับ?

เสี่ยธนาตวัดสายตาขุ่นขวางมามองลูกชาย

แกจะถามทุกวันจนถึงวันแต่งรึไงวะดล!” น้ำเสียงห้วนแสดงความหงุดหงิด

พ่อก็รู้ว่าลูกชายโกตั๊กมันไม่ได้เรื่อง มันมีเมียอยู่แล้วด้วย

เสี่ยธนาชักสีหน้าและสะบัดหน้าหนี ไม่อยากได้ยินเรื่องแสลงหู

ทุกอย่างจัดเตรียมไว้หมดแล้ว ถ้าแกหาทางออกให้พ่อไม่ได้ ก็อย่ามาขอให้พ่อยกเลิกงานแต่งงานของยายน้องดาเด็ดขาด

ถ้าพ่อกลัวอายแขก ก็ให้น้องดาแต่งงานกับชนะก็สิ้นเรื่อง แต่งแบบหลอกๆ ให้จบๆ ไป ดีกว่าให้น้องดาแต่งงานกับลูกโกตั๊ก

ดล!” เสี่ยธนาตะเบ็งเสียงลั่นพลางจ้องหน้าลูกชายตาวาวแทบลุกเป็นไฟ

เสี่ยธนาตวัดสายตามามองชนะที่เผลอหลบตาวูบราวกับกลัวผู้เป็นนายจะจับความรู้สึกผ่านดวงตา

ชนะเป็นลูกชายคนเก็บรังนกที่ถูกยิงเสียชีวิตขณะต่อสู้กับมือปืนที่ดักซุ่มยิงเสี่ยธนา เสี่ยธนาจึงนำเขามาเลี้ยงดูให้เติบโตมาพร้อมๆ กับดลดนัยที่อายุมากกว่าเขาเพียงปีเดียว เมื่อดุจญาดาลืมตาขึ้นมาดูโลก เขาก็ทำหน้าที่เป็นทั้งพี่ชายและผู้ดูแลเธออย่างใกล้ชิด

จึงไม่แปลกหากคนภายนอกจะรับรู้ว่าเขามีความรู้สึกรักใคร่ห่วงใยให้กับน้องสาวต่างบุพการีพิเศษ หากแต่ไม่เคยมีการใครคิดเป็นอื่น

พ่อเลี้ยงให้มันเป็นพี่น้องกัน เสี่ยธนาพูดเสียงดังกว่าปกติที่เป็นคนพูดจาโผงผางเสียงดังฟังชัดอยู่แล้ว แกจะให้คนทั้งภูเก็ตหัวเราะเยาะพ่อว่าหาใครมาเป็นเขยรึไงวะ!” ว่าพลางเดินดุ่มๆ ออกไป เป็นการตัดบทไปโดยปริยาย

ดลดนัยเหลือบตามองชนะผู้เป็นทั้งน้องชาย เพื่อน และลูกน้องคนสนิท จากนั้นก็ส่ายหน้า

คิดอะไรมากมาย แค่แต่งหลอกๆ…ใช่มั้ยนะ? จะไปไหนวะนะ? ออกปากถามเมื่อชนะหมุนตัวเตรียมเดินออกไปจากห้อง

ไปตามหาน้องดา

ดลดนัยเหลือบตามองนาฬิกาข้อมือแล้วนิ่วหน้า ตีสามกว่าแล้ว

ให้ไปด้วยมั้ย?

นายนอนเถอะ เดี๋ยวผมเรียกลูกน้องมาช่วย สีหน้าที่ปกติเรียบเฉยเหมือนไร้ความรู้สึกจนบางครั้งดูเหมือนบึ้งตึงของชนะเคร่งเครียดยิ่งนัก

ชนะต้องตามหาดุจญาดาให้พบ ไม่ใช่เพราะประกาศิต นายใหญ่ อย่างเดียวเท่านั้น แต่ชนะเองก็ห่วงดุจญาดาไม่น้อยไปกว่ากัน

ดอกเตอร์รุจน์สะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงช้อนกระทบแก้วและกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยมาปะจมูก เมื่อลืมตาหญิงสาวหน้าใสอ่อนวัยนั่งเอนหลังไขว่ห้างจิบกาแฟมองเขาอย่างสบายอารมณ์ เขารีบผุดลุกขึ้นอัตโนมัติ

จากเด็กเที่ยวกร้านโลกยามค่ำคืนจะกลายเป็นเด็กสาวหน้าใสในยามเช้า สเปรย์ฉีดผมสีรุ้งถูกล้างออกหมดจดเหลือเพียงผมยาวสีน้ำตาลเข้มรวบหลวมๆ ดูเหมือนเด็กมัธยม

กู้ดมอร์นิ่งดอกเตอร์รุจน์ เธอทักทายเขาเสียงใส แล้วหัวเราะเมื่อเห็นเขานิ่วหน้า

รู้จักชื่อผมได้อย่างไง?

สายตาของเธอนำเขาไปสู่โต๊ะกลางหน้าโซฟา ดอกเตอร์หนุ่มเบิกตากว้างเมื่อเห็นตำรากองโตกระจัดกระจาย กระเป๋าสตางค์ยังเปิดอ้าประจานว่าถูกรื้อค้น

คุณค้นกระเป๋าสตางค์ผมหรือ เสียมารยาทมากนะรู้มั้ย ทำเสียงตำหนิและสั่งสอนตามประสาครูบาอาจารย์

หญิงสาวยักไหล่และยิ้มรับ ไม่มีสีหน้าสลดหรือแววตารู้สึกผิดเลยสักนิด

ดอกเตอร์หนุ่มเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือ

ถ้าจะโทร.หาพี่นิดหน่อยหละก็ ฉันโทร.ไปแล้ว เขาบอกให้ดอกเตอร์ใช้ห้องใหญ่ได้ ฉันจะใช้ห้องเล็ก

คุณจะอยู่ที่นี่ต่อหรือ!? ถามอย่างตกใจ

หญิงสาวกอดอกและพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น

อยู่นานแค่ไหน?

จนกว่าจะผ่านพ้นวิกฤตชีวิต

วิกฤตอะไร?

หญิงสาวทำมองเมินออกไปนอนห้อง เป็นการบอกทางอ้อมว่าเธอจะไม่บอกปัญหาชีวิตให้เขารู้

ชายหนุ่มเริ่มมองเห็นปัญหาในอนาคต อีกไม่กี่วันแฟนเขาจะตามมาเที่ยวภูเก็ต หากเธอเห็นว่าเขาอยู่บ้านเดียวตามลำพังกับเด็กสาวหน้าตาดีอย่างดุจญาดาต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ

คุณอยู่ที่นี่ไม่ได้นะ

คุณไม่ใช่เจ้าของบ้าน ไม่มีสิทธิห้าม

จริงด้วยสิดอกเตอร์หนุ่มยอมรับกับตัวเอง

คุณจะอยู่ที่นี่กี่วัน? ยังมีความหวังว่าเธอจะกลับก่อนที่แฟนเขาจะมาถึงในวันมะรืนนี้

หญิงสาวยักไหล่บ่งบอกว่าไม่มีกำหนด

ถ้าคุณอยู่ ผมก็ต้องไป

คุณก็อยู่ส่วนคุณ ฉันก็อยู่ส่วนฉัน ไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว

ไม่ได้หรอก แฟนผมกำลังจะมาภูเก็ต ถ้าเห็นผมอยู่กับคุณ เป็นเรื่องใหญ่แน่

หญิงสาวเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ แต่ไม่มีทีท่าเห็นใจ ตรงกันข้ามเธอกลับนั่งตั้งศอกบนเข่าเท้าคางมองเหม่อออกไปนอกห้องเหมือนตกอยู่ในภวังค์ความคิดที่หนักหนาของตัวเองโดยสังเกตได้จากรอยย่นที่หน้าผาก ดูเหมือนเธอจะลืมไปแล้วว่ามีบุคคลที่สองอยู่ร่วมห้องด้วย

ดอกเตอร์หนุ่มลุกขึ้นหลังจากตัดสินใจแล้วว่าเขาต้องไปหาที่พักใหม่ รอจนกว่าหญิงสาวที่เผชิญวิกฤตชีวิตคนนี้แก้ปัญหาชีวิตได้แล้วจากไป เขาจึงจะกลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง

เขาจะไปจากที่นี่หลังรับประทานอาหารเช้า

กลิ่นหอมหวนของอาหารจากห้องครัวทำให้หญิงสาวน้ำลายสอ

เมื่อวานเธอเอาแต่ดื่มเหล้า ไม่ยอมกินอาหารรองท้อง

กินอะไรหน่อยสิน้องดา เดี๋ยวไม่สบายนะ ชนะพยายามขยั้นขยอให้กินอาหารจานโปรดที่สั่งมาเต็มโต๊ะ แต่เธอไม่ใส่ใจ

ดี! ตายเสียได้ก็ดี จะไม่ต้องอยู่ให้ใครคอยผลักไสไล่ส่ง

ตอนนั้นเธอดื่มเหล้าเหมือนน้ำ ยิ่งนึกถึงการกระทำของผู้เป็นพ่อแล้วยิ่งน้อยใจจนอยากตายให้รู้แล้วรู้รอด พ่อโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่เธอไปอยู่ลอนดอนสองปีโดยไม่เรียนหนังสือ แต่กลับไปใช้ชีวิตอยู่กับพวกนักร้องประสานเสียงในโบสถ์และเรียนโยคะกับกูรูหลุดโลกจากอินเดีย เธอจะไม่ว่าเลยสักนิดถ้าพ่อกักบริเวณหรือตัดเงินเดือนสักเดือนหนึ่ง แต่นี่กลับออกประกาศิตให้เธอแต่งงานภายในเจ็ดวันกับลูกชายเพื่อนสนิทที่เธอไม่เคยเห็นหน้า และให้ชนะคอยควบคุมตัวเธอเหมือนนักโทษ

พิธีแต่งงานจะมีขึ้นเย็นนี้!

ดลดนัยพี่ชายเธอก็แสนใจร้าย ทั้งๆ ที่รู้ว่าพ่อกำลังส่งเธอลงนรก แต่ไม่กล้าขัดขวาง

หลังจากต่อกรมาเป็นเวลายี่สิบปีเพื่อให้เธอเป็นคุณหนูหัวอ่อนเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้แต่ไม่เป็นผล ทั้งพ่อและพี่ชายเธอคงดีใจที่จะได้ผลักภาระเด็กหัวดื้อเจ้าปัญหาอย่างเธอพ้นอกเสียที

เมื่อนึกถึงปัญหาที่รออยู่เบื้องหน้า หญิงสาวกระแทกแก้วกาแฟกับโต๊ะกระจกเสียงดังเหมือนแก้วแตก จังหวะเดียวกับที่เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอเหลือบตามองแล้วเม้มปากพลางทำเสียงขึ้นจมูกอย่างมีอารมณ์

เมื่อคืนเธอปิดโทรศัพท์มือถือหนีการติดตามของคนทางบ้าน ตอนเช้าโทรศัพท์หาดอกเตอร์นิดหน่อยแล้วลืมปิด พ่อจึงโทรมาแต่เช้า

หายไปไหนทั้งคืนฮึน้องดา? ประโยคแรกก็ตำหนิติเตียนเสียแล้ว

หญิงสาวเม้มปากอย่างขัดใจแต่ไม่ยอมให้เสียงเล็ดลอดจากปากเพื่อให้พ่อจับความรู้สึกได้ พ่อทำราวกับว่าเธอเป็นเด็กเหลือขอเสียเต็มประดา

ตอนนี้อยู่ที่ไหน? ปลายสายคาดคั้นไร้หางเสียงแสดงถึงระดับอารมณ์ที่เข้มข้นขึ้น

เราต้องรีบกลับมาเตรียมตัวแต่งงานนะน้องดา

น้องดาไม่แต่ง! น้องดาจะไม่กลับบ้าน! จะไม่กลับไปหาพ่ออีกเลย!” หญิงสาวตะเบ็งเสียงใส่โทรศัพท์เสียงดังลั่นและสั่นสะท้าน

ทำไมทำตัวอย่างงี้ฮึน้องดา?

ถ้าพ่ออยากขับไล่ไสส่งให้น้องดาไปไกลๆ ไม่ต้องจับน้องดาไปแต่งงานหรอก น้องดาไปตามทางของน้องดาเอง จะไม่กลับมาให้พ่อกับพี่ดลเห็นหน้าอีกเลย ตอนท้ายๆ หญิงสาวสะเทือนใจจนกลั้นสะอื้นไม่อยู่และกลายเป็นเสียงร้องไห้โฮ

น้องดา!”

พ่อโกรธมากใช่มั้ยที่น้องดาทำให้แม่ตาย!?

จะบ้าหรือน้องดา! บอกพ่อมาว่าอยู่ที่ไหน!?

ไม่ต้องมายุ่ง ไปให้พ้นจากชีวิตน้องดาเลย ไปเลย!” หญิงสาวตะเบ็งเสียงลั่นแล้วร้องไห้โฮ ก่อนจะเหวี่ยงโทรศัพท์ไปกระทบกับผนังห้องเสียงดังเปรี้ยง ชิ้นส่วนโทรศัพท์แตกกระจายเต็มพื้น

ขณะที่เขาก้าวเข้ามาในห้องเพื่อเรียกเธอไปกินอาหารเช้า ดอกเตอร์รุจน์ชะงักเท้าเมื่อเศษชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือกระเด็นหวือมาตกอยู่ที่ปลายเท้า

เขานึกโกรธที่เด็กสาวใจแตกลูกคนรวยทำเรื่องสิ้นคิด เอาโทรศัพท์ราคาเป็นหมื่นมาเหวี่ยงทิ้งเหมือนไม่เห็นค่า แม้จะไม่เห็นค่าของเงินก็น่าจะคำนึงเรื่องสิ่งแวดล้อมกันบ้าง กว่าจะได้โทรศัพท์แต่ละเครื่องต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ทำลายสิ่งแวดล้อมมากมาย ควรใช้ให้คุ้มค่าที่สุด

เขาก้มลงหยิบซิมโทรศัพท์มือถือ หันไปที่กลางห้อง เตรียมอ้าปากต่อว่า แต่ต้องชะงักงันเมื่อเห็นเธอนั่งปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น แม้เขาจะเดินไปนั่งตรงหน้าเธอก็ยังไม่หยุดร้องไห้

มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ?

หญิงสาวเงยหน้าที่น้ำตานองหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาและใบหน้าแดงกล่ำจนทำให้ดอกเตอร์หนุ่มชะงักงันไปชั่วขณะ

เขาไม่เคยเห็นใครร้องไห้หนักๆ เช่นนี้มาก่อน จึงวางตัวไม่ถูก

คุณขับรถออกไปซื้อเหล้าให้หน่อยได้มั้ย เหล้าอะไรก็ได้ แรงๆ เอาซักห้าขวด ว่าพลางหยิบกระเป๋าสตางค์ส่งธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทให้ห้าใบ

ดอกเตอร์หนุ่มมองหน้าเธออย่างนึกไม่ถึง ไม่นึกว่าจะถูกเด็กสาวรุ่นลูกศิษย์ใช้ไปซื้อเหล้า

ซื้อมาทำไมตั้งเยอะ จะจัดปาร์ตี้รึไง?

เอามากินให้ตายคาที่ไปเลย!” หญิงสาวกระแทกเสียงตอบ

มีเรื่องอะไรไม่สบายใจบอกผมได้นะ

หญิงสาวเม้มปากและกัดริมฝีปากล่างอย่างคั่งแค้น

คืนนี้ฉันต้องแต่งงานกับลูกชายเพื่อนพ่อที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนเลย พ่อกับพี่ดลเกลียดฉัน เขาอยากผลักไล่ไสส่งฉันไปให้พ้น เข้าใจรึยังว่าทำไมฉันอยากตาย

คงไม่แย่ขนาดนั้นมังครับ ชายหนุ่มลากเสียงปลอบประโลม

คุณจะมารู้ดีกว่าฉันได้อย่างไง!” หญิงสาวตวาดแหว จากนั้นก็เดินกระแทกเท้าตึงๆ เข้าไปในครัว ดอกเตอร์รุจน์รีบเดินตาม กลัวเธอจะเข้าไปคว้ามีดมาทำร้ายตัวเอง เห็นเธอคว้าเก้าอี้ปีนขึ้นไปหยิบขวดเหล้าต่างประเทศจากตู้เหนือศีรษะหยิบแก้วเดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว รินเหล้าเกือบเต็มแก้ว ยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดด้วยใบหน้าเหยเก แล้วรินเหล้าใส่แก้วเกือบเต็มอีกครั้ง ท่าทางเหมือนหญิงสาวอกหักสิ้นคิดอย่างที่เคยเห็นในละคร

เพราะไม่เคยคลุกคลีใกล้ชิดกับหญิงสาววัยเดียวกับเธอมาก่อน จึงไม่รู้จะปลอบโยนหรือทำให้เธอหยุดทำร้ายตัวเองด้วยการดื่มเหล้าเหมือนน้ำได้อย่างไร เขาเดินไปตักข้าวร้อนๆ หอมฉุย ไข่เจียว และต้มจืดเต้าหู้หมูสับมาวางไว้ตรงหน้าเธอ

ทานข้าวหน่อยนะครับ ผมทำเองกับมือ

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองตาขวาง

ฉันไม่กิน!ออกไปซื้อเหล้าให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!” น้ำเสียงเข้มทรงอำนาจราวกับเห็นเขาเป็นบริวาร

ไม่รู้หรือว่าฉันเป็นใคร? ใช้น้ำเสียงเข้มขึ้นเธอเมื่อชายหนุ่มยังนั่งกอดอกไม่ขยับเขยื่อน มองเธอเหมือนตัวประหลาด

ไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นใคร!? ฉันเป็นลูกสาวของเสี่ยธนา เจ้าพ่อรังนก ถ้าไม่อยากมีเรื่อง ออกไปซื้อเหล้าเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

ดอกเตอร์หนุ่มจ้องหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะอารมณ์โกรธอย่างขบขัน แค่ต้องการให้ไปซื้อเหล้า ถึงขนาดยกเอาสรรพคุณของผู้เป็นพ่อมาอ้างเสียใหญ่โต ตอนแรกนึกว่าเป็นลูกสาวนายตำรวจหรือนายทหารชั้นผู้ใหญ่ กลับเป็นลูกสาวเจ้าพ่อรังนกเสียนี่

ถ้าคุณไม่ไป ฉันจะบอกพ่อว่าคุณข่มขืนฉัน

ดอกเตอร์หนุ่มสะดุ้งโหยง

คุณจะบ้าหรือไง!”

ออกไปซื้อเหล้าให้ฉันเดี๋ยวนี้!” ออกคำสั่งซ้ำเสียงเข้มจนกลายเป็นแหลม

ดอกเตอร์หนุ่มโกรธจนหน้าแดงสลับซีด ตั้งแต่เกิดเป็นตัวเป็นตนเรียนหนังสือจนเป็นดอกเตอร์ เดินทางมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำสอนลูกศิษย์มานับไม่ถ้วน เจอคนแปลกประหลาดนิสัยแย่มาก็เยอะ แต่ไม่เคยเจอใครกล้าตะเบ็งเสียงออกคำสั่งราวกับเขาเป็นคนใช้เช่นนี้มาก่อนเลย ที่สำคัญเธอเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นใจแตกลูกสาวเจ้าพ่อรังนกคนหนึ่งเท่านั้น

แม้จะรู้ว่าเป็นแค่คำขู่ แต่ก็ไม่อยากเสี่ยงกับข้อกล่าวหาหนักคือข่มขืนลูกสาวเจ้าพ่อรังนก ในฐานะนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่รณรงค์ต่อต้านการกินหูฉลามและรังนกอย่างเข้มข้นมาเป็นเวลานาน ทำให้เขาไม่อยากต่อกรกับเจ้าพ่อรังนกผู้ได้ชื่อว่ามีทั้งอำนาจเงินและอำนาจมืด และในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัยข้อกล่าวหาดังกล่าวอาจทำให้อาชีพการงานเขาดับวูบได้

ชายหนุ่มตัดรำคาญด้วยการออกมาซื้อเหล้าตามคำขู่ของเด็กสาวหน้าอ่อนแต่พฤติกรรมแก่แดดสุดทน โดยให้สัญญากับตัวเองว่าหลังจากซื้อเหล้าเสร็จเขาจะรีบเก็บของออกมาจากบ้านทันที

เขาเลือกร้านขายเหล้าที่อยู่ใกล้ที่สุด และซื้อเหล้าโดยไม่สนใจยี่ห้อเพราะไม่สันทัด เขาไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่ ในงานปาร์ตี้หรือวาระเฉลิมฉลองจะจิบเหล้าพอเป็นพิธีตามมารยาททางสังคมเท่านั้น เขาถือโอกาสถามเจ้าของร้านเหล้าวัยกลางคนถึงเสี่ยธนาเพื่อพิสูจน์ว่าคำพูดของดุจญาดาเป็นความจริงหรือเพียงคำขู่

โอ๊ย! ใครบ้างล่ะไม่รู้จักเสี่ยธนา เข้าของร้านเหล้าพูดเสียงดังจนลูกค้าอีกรายในร้านหันมามอง

เขาโหดมากหรือครับ?

เจ้าของร้านขายเหล้าทำตาเหลือก

พวกรังนกเขาคุยกันด้วยภาษาปืน คุณถามถึงเสี่ยธนาทำไม? ตอนท้ายหันมาถามพลางจ้องหน้าเขม็งและเหลือบตามองที่เอวเพื่อหาวัตถุต้องสงสัย

ไม่มีอะไรครับ ขอบคุณครับ ดอกเตอร์หนุ่มรีบตัดบท เจ้าของร้านเหล้าคงคิดว่าเขาเป็นมือปืนที่มาดูลาดเลาก่อนลงมือ หากมีคนของเจ้าพ่อรังนกอยู่แถวนี้เขาต้องแย่แน่ๆ

ดอกเตอร์รุจน์กลับมานั่งที่รถ พลางครุ่นคิดอย่างหนักว่าควรจะทำอย่างไรกับลูกสาวเจ้าพ่อเด็กเที่ยวแก่แดดอย่างดุจญาดาดี คงไม่ดีแน่หากเขากลับไปพร้อมกับเหล้าห้าขวด และหากปล่อยให้เธอดื่มเหล้าจนตาย เพราะเจ้าพ่อรังนกจอมโหดคงเอาชีวิตเขาไปด้วย

ชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกงหากุญแจรถ แต่กลับพบซิมโทรศัพท์มือถือติดมือมา

สมองอัจฉริยะเริ่มทำงาน เขาต้องตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการโทรศัพท์ไปบอกทางบ้านดุจญาดาว่าเธออยู่บ้านดอกเตอร์นิดหน่อย

ทันทีที่เปลี่ยนซิมและเปิดเครื่อง เสียงโทรศัพท์ก็ดังสวนขึ้นมาทันควัน ทำเอาดอกเตอร์รุจน์สะดุ้งโหยงเหมือนถูกผีหลอก

สวัสดีครับ

แกเป็นใคร? เสียงห้วนห้าวดังสวนขึ้น แกเอาน้องดาไปไว้ที่ไหน? ถ้าแกทำอะไรลูกสาวฉัน แกตายแน่!”

ดอกเตอร์รุจน์ตกใจพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เมื่อได้สติก็รีบปิดโทรศัพท์ทันควัน

กิติศัพท์ของเสี่ยธนาเพิ่งได้รับการยืนยันแบบสายตรงเลยทีเดียว

เขาต้องรีบกลับไปบ้านดอกเตอร์นิดหน่อย นำเหล้าให้เด็กสาวใจแตก แล้วขนของออกมาจากบ้านนั้นให้เร็วที่สุด

ชายหนุ่มหารู้ไม่ว่าเขาตัดสินใจช้าไปแล้ว มีเหตุการณ์ที่หนักหนาสาหัสที่จะทำให้ชีวิตที่ผ่านการวางแผนมาอย่างรอบคอบต้องพลิกผันรอคอยอยู่เบื้องหน้า

1 Response so far »

  1. 1

    Jindarat said,

    Hmm! that’s a good start.


Comment RSS · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: