คู่วุ่นชุลมุนรัก 2

“มันเป็นใครวะ?” เสี่ยธนานั่งไม่ติด เขาคิดว่ามีโจรกระจอกจับตัวลูกสาวคนเดียวของเขาไปกักตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ พอเจอเสียงเข้มตัวจริงเสียงจริงของเจ้าพ่อรังนกเข้าถึงกับขวัญหนีดีฝ่อปิดโทรศัพท์หนีไปเสียดื้อๆ ทำให้ติดตามต้นตอไม่ได้

“กลับมาทำไมไอ้นะ!” เสี่ยธนาหันไปตวาด ขณะกำลังหาที่ระบายอารมณ์ ชนะก็ก้าวเข้ามาได้จังหวะพอดี “กูบอกแล้วว่าถ้าไม่เจอยายน้องดาไม่ให้กลับมา”

ชนะชะงักเท้ากึก ยืนตัวตรงเหมือนทหารเกณฑ์รอรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ทุกน้ำเสียงและการกระทำของเสี่ยธนามีอิทธิพลต่อเขามาตั้งแต่เล็กจนถึงปัจจุบัน ทั้งในฐานะ “นาย” และ “ผู้มีพระคุณ”

ดลดนัยเหลือบมองใบหน้าหมองคล้ำและดวงตาลึกโหลอ่อนเพลียของชนะอย่างเห็นใจ ชนะคงตระเวนหาดุจญาดาทั้งคืน และกลับมามือเปล่าเพื่อฟังคำพิพากษาจากบิดาเขา

“ผมรู้แล้วครับว่าน้องดาอยู่ที่ไหน”

“อยู่ที่ไหน?” เสี่ยถามกลับทันควัน

“บ้านนิดหน่อยครับ”

“บ้านยายนิดหน่อย!” เสี่ยธนาทวนคำพลางทำตาวาวและตบต้นขาตัวเองอย่างเจ็บใจ

“ลืมไปได้อย่างไงวะ!”

ดอกเตอร์นิดหน่อยเป็นหลานห่างๆ ของเสี่ยธนา มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับดลดนัย
และดุจญาดา สมัยก่อนไปอยู่ต่างประเทศ ดุจญาดาจะหนีไปนอนที่บ้านดอกเตอร์นิดหน่อยทุกครั้งที่โกรธหรือทะเลาะกับผู้เป็นพ่อ

“เข้าไปได้อย่างไง? อยู่กับใคร?” ดลดนัย จำได้ว่าช่วงนี้ดอกเตอร์นิดหน่อยไปสอนหนังสือที่กรุงเทพ

ชนะมีสีหน้าไม่ดีนัก เขาหยิบซองจดหมายส่งให้ดลดนัย เสี่ยธนาเอื้อมมือมาแย่งฉีกซองจดหมายอ่านเอกสารแล้วนิ่วหน้า

เป็นจดหมายภาษาอังกฤษที่ส่งถึงดอกเตอร์รุจน์ คำรณยุทธอ้างอิงถึงบทความทางวิชาการเรื่องภาวะโลกร้อน

“ผมเจอจดหมายที่ตู้หน้าบ้านครับ สงสัยว่าน้องดาอยู่กับผู้ชายคนนี้”

“อยู่กับผู้ชาย!” เสียงของเสี่ยธนาเข้มขึ้นเป็นสองเท่า สายตาที่มองชนะเอาเรื่องยิ่งนัก จนทำให้คนจิตแข็งอย่างชนะเผลอหลบตาวูบ

ในฐานะผู้ดูแลดุจญาดามาตั้งแต่เล็กจนโต แม้เสี่ยธนาจะไม่ได้บอกชัดๆ ว่า “ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม” แต่เขารู้ดีว่า หากดุจญาดาเป็นอะไรไป หรือมีชายใดมาเกี่ยวข้อง เสี่ยธนาเอาเขาตายแน่

เขารู้ชะตากรรมตัวเองตั้งแต่เห็นดุจญาดาอยู่กับผู้ชายในบ้านของดอกเตอร์นิดหน่อยตามลำพัง

“ใครครับพ่อ?” ดลดนัยถามพลางชะโงกหน้ามาดูซองจดหมาย

“ดอกเตอร์รุจน์ คำรณยุทธ” เสี่ยธนาอ่านชื่อที่จ่าหน้าซองจดหมาย “ไอ้ดอกเตอร์นี่
มันเป็นใครวะ?” ว่าพลางเหวี่ยงซองจดหมายทิ้งบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด

ดลดนัยนิ่ว รู้สึกคุ้นชื่อ เหมือนเพิ่งผ่านตาในหนังสือพิมพ์เมื่อเร็วๆ นี้เอง หันไปคว้าหนังสือพิมพ์รายวันตรงหน้า สำรวจข่าวหน้าหนึ่งแล้วสะดุดตากับข่าวพาดหัวขนาดกลาง

“ดอกเตอร์กู้โลกเตือนใต้ทะเลอันดามันมีภูเขาโคลนยักษ์ หวั่นเกิดสึนามิซ้ำที่ภูเก็ต”

ใช่แล้ว! เขาคือนักวิทยาศาสตร์หนุ่มไฟแรงที่มาประชุมนานาชาติเรื่องภาวะโลกร้อนที่ภูเก็ตที่เพิ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้เอง

ดลดนัยยังจำได้ถึงบรรยากาศภายอันพลุกพล่านภายในล็อบบี้ของโรงแรมที่เขาเป็นเจ้าของ เมื่อวานขณะที่เขากำลังนั่งคุยกับผู้จัดการโรงแรมที่บริเวณล็อบบี้ จู่ๆ นักข่าวกลุ่มใหญ่พร้อมกล้องโทรทัศน์หลายตัวก็กรูไปที่โซฟาด้านในสุดของล็อบบี้ ซึ่งมีชายหนุ่มในชุดสูทสากลสีดำสวมแว่นตากรอบทองบางเฉียบเผยให้เห็นดวงตาฉายแววฉลาดเฉลียว ท่าทางเหมือนพวกเด็กแก่เรียนอัจฉริยะนั่งอยู่ก่อนแล้ว เปิดฉากสัมภาษณ์ราวกับเป็นดารายอดนิยม

ในข่าวบอกว่าดอกเตอร์รุจน์ คำรณยุทธ เป็นนักวิทยาศาสตร์หนุ่มที่ได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติในฐานะผู้คิดค้นแบบจำลองในการคำนวณการเกิดแผ่นดินไหวที่แม่นยำ และยังเป็นนักวิทยาศาสตร์นักคิดนักเขียนที่รณรงค์เรื่องด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือโลกร้อนที่มีบทความตีพิมพ์ในสื่อต่างๆ มิได้ขาด ในข่าวบอกว่าทีมสำรวจทะเลลึกของเขาค้นพบว่ามีภูเขาโคลนยักษ์ใต้ทะเลอันดามันห่างจากชายฝั่งภูเก็ตไม่กี่ร้อยเมตร ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ทางธรณีวิทยาถือว่าอยู่ในแนวรอยแยกของโลกที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว หากเกิดแผ่นดินไหว ภูเขาโคลนความกว้างนับกิโลเมตรสูงเกือบร้อยเมตร อาจทำให้เกิดสึนามิขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งสามารถกลืนกินเกาะภูเก็ตได้ทั้งเกาะ

คำพูดของเขากลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับในวันนี้ และทำให้คนภูเก็ตแตกตื่นไปทั้งเมือง

ดุจญาดารู้จักดอกเตอร์อินเตอร์คนนี้ได้อย่างไร?

“ไปเอาตัวยายน้องดามาเดี๋ยวนี้” เสี่ยธนาหันไปสั่งชนะน้ำเสียงเด็ดขาด “ถึงอย่างไงน้องดาก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานเย็นนี้”

ดลดนัยหันขวับไปมองหน้าผู้เป็นพ่อ คำว่า “แต่งงาน” จุดประกายความคิดใหม่ให้เกิดขึ้น เป็นความคิดที่แม้แต่เขาเองก็ยังรู้สึกมึนงงด้วยความนึกไม่ถึงแกมยินดี นำมาสู่ประกายตาที่กระตือรือร้นและตื่นเต้น

“เดี๋ยวครับพ่อ เรามาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนจู่โจมไปบ้านยายนิดหน่อยดีกว่า” เสี่ยธนาหันมามองหน้าลูกชายอย่างรำคาญใจ

“ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วดล งานแต่งงานจะเริ่มทุ่มหนึ่ง แต่ยายน้องดายังไม่ได้เตรียมตัวอะไรสักอย่าง”

“มันไม่สำคัญเท่ากับว่าน้องดาจะแต่งงานกับใครหรอกครับพ่อ”

“แกหมายความว่าอย่างไงวะ?” ธนาขึ้นเสียงแข็งดังก้องราวกับจะทำให้กำแพงห้องสั่น
สะเทือนได้

“ถ้าพ่อทำอย่างงี้ พ่อกับน้องดาจะไม่มีทางเข้ากันได้อีกเลย”

เสี่ยธนาสะบัดหน้าและระบายลมหายใจดังพรืด พลางกำมือแน่น ท่าทางคับอกคับใจยิ่งนัก อารมณ์ชั่ววูบทำให้เขาลั่นประกาศิตผูกมัดตัวเองด้วยการให้เพื่อนสนิทให้นำลูกชายมาแต่งงานกับลูกสาวเขา ทั้งเพื่อลงโทษและหวังว่าดุจญาดาจะเลิกทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจเสียที เขาป่าวประกาศและแจกการ์ดแต่งงานไปทั่วภูเก็ตและใกล้เคียงเสร็จสิ้นภายในเวลาสามวัน การแต่งงานจะมีขึ้นภายในเจ็ดวัน แม้จะรู้ถึงผลที่จะตามมาว่าดุจญาดาจะไม่ยอมให้อภัย แต่การกลับลำยกเลิกงานแต่งงานเป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากยกเลิกการแต่งงาน การขัดใจกับเพื่อนรักไม่สำคัญเท่ากับเขาต้องอับอายคนทั้งเมืองภูเก็ต

“แล้วแกจะให้พ่อทำอย่างไงวะดล?” นานๆ ที คนระดับเสี่ยธนาเจ้าธุรกิจสัมปทานการเก็บรังนกนับสิบแห่งในทะเลอันดามันจะรู้สึกจนปัญญาหาทางออกไม่ได้จนต้องออกปากถามลูกชาย

ดลดนัยยิ้มอย่างคนที่มีแผนการเด็ดอยู่ในใจ

“ผมขอเช็คประวัติดอกเตอร์รุจน์กับยายนิดหน่อยก่อนนะพ่อ ไม่แน่นะ พ่ออาจจะได้ลูกเขยเป็นดอกเตอร์กู้โลกระดับอินเตอร์ก็ได้”

เสี่ยธนาเบิกตากว้าง สีหน้าประหลาดใจแกมนึกไม่ถึงค่อยๆ คลี่คลาย และปรากฎรอยยิ้มพึงใจที่มุมปาก

จริงสิ คนอย่างเสี่ยธนาจะยอมถูกลูบคมง่ายๆ ด้วยการยอมให้ดอกเตอร์รุจน์อยู่กับลูกสาวเขาทั้งคืนโดยไม่ทำอะไรกระนั้นหรือ

ดอกเตอร์รุจน์สะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์กรูเข้ามาในห้องโดยไม่ให้สุ้มเสียง รวดเร็วและประชิดตัวจนเขาไม่สามารถขยับตัวหนีหรือต่อสู้ได้เลย เขาถูกตรึงให้นั่งนิ่งขึงอยู่ที่โซฟากลางห้องนั่นเอง

จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าถี่ๆ ดังใกล้เข้ามา เขาเพ่งจ้องไปที่ประตูบ้าน แล้วอ้าปากค้างเมื่อเห็นสองชายต่างวัย หนึ่งคือผู้อาวุโสว่าร่างสูงใหญ่ผิวขาวแต่คล้ำแดดตาชั้นเดียว ดวงตาที่พองโตออกมานอกเบ้าและหนวดหนาสีดำเข้มทำให้ใบหน้าดูดุดัน อีกหนึ่งคือชายหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่าร่างสูงใหญ่พอๆ กันและมีเค้าหน้าใกล้เคียงกัน หนวดบางกว่าและไว้เคราเป็นแนวยาวจากจอนถึงใต้คาง แต่ผมยาวมัดรวบไว้ด้านหลังเหมือนศิลปินผู้รักอิสระ ซึ่งเป็นบุคลิกที่ขัดแย้งกันอย่างสุดขั้วระหว่างความดุดันกับอ่อนไหวจนทำให้รู้สึกขัดหูขัดตา

ดอกเตอร์หนุ่มขนลุกซู่

เขาจำได้ว่าชายสองคนนี้เป็นเจ้าของภาพถ่ายในกระเป๋าสตางค์ของดุจญาดา

เสี่ยธนา!

ชายหนุ่มหันขวับไปมองหญิงสาวที่นอนฟุบไม่ได้สติอยู่บนโซฟาข้างๆ หลังจากกินเหล้าต่างน้ำไปเกือบสองขวด เธอเริ่มเมามายร้องไห้พร่ำพูดถึงชีวิตน่าเศร้า ตั้งแต่วัยเด็กที่แม่ตายเมื่อเธอลืมตาดูโลก ถูกพ่อทอดทิ้ง และยังต้องมาแต่งงานกับลูกชายเพื่อนพ่อ เธอพร่ำบอกว่าจะต้องหนีการแต่งงานให้ไกล แล้วฟุบหลับไปก่อนพ่อเธอมาถึงไม่กี่นาที ยามนี้ดุจญาดาไม่อยู่ในสภาพที่จะหนีหรือลุกขึ้นมาช่วยเขาได้เลย

วูบหนึ่งชายหนุ่มนึกโกรธตัวเองที่ไม่รีบไปจากบ้านนี้เสียก่อนที่ผู้มีอิทธิพลกลุ่มนี้จะมาถึง

“นั่งตามสบายนะดอกเตอร์รุจน์” เสี่ยธนาโบกมือบอกเมื่อเห็นดอกเตอร์รุจน์นั่งตัวเกร็ง ใบหน้าซีดเผือด และเบิกตากว้างเมื่อถูกขานชื่ออย่างถูกต้อง

เสี่ยธนารู้จักชื่อเขาได้อย่างไง!?

เสี่ยธนาเดินไปนั่งที่โซฟาตรงข้าม โดยมีดลดนัยเดินไปนั่งข้างๆ ทั้งคู่นั่งเผชิญหน้ากับ

ดอกเตอร์หนุ่มด้วยการนั่งตัวตรงท่าทางขึงขัง ต่างฝ่ายต่างจ้องหน้ากันเหมือนหยั่งเชิง

“ผมเสี่ยธนา แล้วนี่ดลดนัยลูกชายผม ส่วนผู้หญิงที่นอนบ้านเดียวกับคุณทั้งคืนคือดุจญาดาลูกสาวคนเดียวของผม”

ดอกเตอร์หนุ่มเผลอกลืนน้ำลายผ่านลำคอแห้งผากอย่างยากเย็น แม้เสี่ยธนาจะพูด
ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเจือรอยยิ้มอย่างผู้ใหญ่ใจดี แต่เขากลับรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะคำพูดชี้นำที่ว่า “นอนบ้านเดียวกับคุณทั้งคืน”

เขาเหลือบตามองดลดนัย ผู้ซึ่งดูจากหน้าตาและทรงผมน่าจะใจดีกว่าผู้เป็นพ่อ

“ผมเป็นเพื่อนดอกเตอร์นิดหน่อยครับ มาทำวิจัยที่ภูเก็ต เพิ่งมาอยู่บ้านหลังนี้เมื่อคืน คุณดุจญาดามาถึงที่นี่ตอนตีสอง มาถึงก็นอนห้องเล็ก ผมลงมานอนที่โซฟานี่ ผมไม่ได้ทำอะไรน้องสาวคุณนะ”

“งั้นหรือ?” เสี่ยธนาย้อน พลางจ้องตาดอกเตอร์หนุ่มตาเขม็งเพื่อหยั่งเชิง

ดอกเตอร์หนุ่มคนนี้ฉลาดพอที่จะรู้วัตถุประสงค์ตั้งแต่เขาเริ่มเอ่ยประโยคแรก จึงเอ่ยวาจาปกป้องตัวเองในประโยคแรกเช่นกัน

“ผมไม่อยากอ้อมค้อมนะดอกเตอร์ ต่อให้คุณไม่ได้ทำอะไรน้องดาจริงๆ คุณก็ต้องรับ
ผิดชอบ”

ดอกเตอร์หนุ่มนิ่วหน้า

“คุณต้องแต่งงานกับน้องดา”

แทนที่จะตกใจ ดอกเตอร์หนุ่มกลับระเบิดเสียงหัวเราะจนหน้าแดง

มันน่าขำมั้ยล่ะ ที่จู่ๆ เจ้าพ่อรังนกก็มายื่นคำขาดให้เขาแต่งงานกับลูกสาวตัวเองที่บุกเข้ามาคุกคามเขาในยามวิกาล

เสี่ยธนากระแอม สายตาที่เพ่งมองดอกเตอร์หนุ่มเริ่มขุ่นขวางไม่เป็นมิตร

“นี่ไม่ใช่เรื่องตลกนะดอกเตอร์”

ชายหนุ่มเหลือบตามองไปรอบๆ ห้องพบว่าสายตาของทุกคู่จ้องเขม็งมาที่เขา โดยเฉพาะสายตาที่เต็มไปด้วยอำนาจของเสี่ยธนา

ชายฉกรรจ์สองคนเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ดอกเตอร์รุจน์เริ่มรู้สึกว่าถูกคุกคาม

เขาหันไปมองหญิงสาวที่ยังคงหลับไหลเพราะฤทธิสุราเกือบสองขวด

…ตื่นขึ้นมาสิดุจญาดา ตื่นขึ้นมายืนยันกับพ่อคุณว่าเราไม่มีอะไรกัน…

“ผมแต่งงานกับลูกสาวคุณไม่ได้หรอกครับ ผมมีครอบครัวแล้ว” ดอกเตอร์รุจน์เรียกความกล้าด้วยการพูดเสียงเคร่งขรึม และสบตากับดวงตาของเสี่ยธนาที่หรี่ลงเหมือนกำลังชั่งใจว่าควรจะจัดการอย่างไรกับเขาดี

เสียงหัวเราะหึๆ จากชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผิวขาวคล้ำแดดเจ้าของผมทรงหางม้าที่นั่งอยู่ข้างๆ เสี่ยธนา ทำให้ดอกเตอร์รุจน์หันไปมองหน้า

เขาไม่ชอบเสียงหัวเราะกวนอารมณ์แบบนี้เลย

“ถ้าคุณหมายถึงดอกเตอร์ฟ้าใสหละก็ ยังไม่มีการหมั้นหมาย ยังไม่มีการแต่งงาน เพราะฉะนั้นจะเรียกว่าครอบครัวไม่ได้”

ดอกเตอร์หนุ่มอ้าปากค้างตกตะลึง

สองพ่อลูกคู่นี้เช็คประวัติเขามาเรียบร้อยแล้ว!

“คุณรู้ได้อย่างไง?”

ธนาชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ พูดเสียงต่ำเบาแต่หนักแน่นว่า

“อย่าลืมนะว่าคุณเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ถ้าปฏิเสธความรับผิดชอบครั้งนี้ ผมเล่น
คุณไม่เลิกแน่ ไม่ว่าคุณจะย้ายหนีไปอยู่มหาวิทยาลัยไหน ทั้งนอกและในประเทศ ผมจะส่งคนตามไปร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมชู้สาวของคุณ จนพวกเด็กสาวๆ ไม่กล้าลงทะเบียนเรียนกับคุณเชียวหละ คุณอยากรู้มั้ยว่าคนอย่างเสี่ยธนามีศักยภาพแค่ไหน…ทั้งเรื่องคนและเงิน”

ดอกเตอร์รุจน์ผงะ แม้ใบหน้าเกลื่อนยิ้ม แต่ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยความจริงจังและเป็นไปได้จนเขารู้สึกเสียวสันหลังวูบ

ตรงกันข้ามกับเสี่ยธนาที่เอนหลังไปพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย ใบหน้าดุเริ่มเจือรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มของผู้ที่รู้ว่าตัวเองอยู่ในสถานะที่เหนือกว่า

“งานแต่งงานจะมีขึ้นเย็นนี้ เร็วไปหน่อย แต่ไม่ต้องเป็นห่วง คนของผมจะจัดการเรื่องเสื้อผ้าให้ ก่อนแต่ง ผมจะเชิญนายทะเบียนมาจดทะเบียนสมรสให้เรียบร้อย”

ดอกเตอร์หนุ่มบอกตัวเองว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่น เขาต้องโทรศัพท์หาญาติที่เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับผู้บัญชาการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ส่งคนมาช่วย ต่อให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน เจ้าพ่อย่อมกลัวตำรวจอยู่แล้ว เขาคว้าโทรศัพท์มือถือ แต่ก็ถูกช่วงชิงไปด้วยฝีมือของชายร่างสูงใหญ่ผิวสองสีเจ้าของใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตาบ่งบอกว่า “เอาจริง” ที่ยืนตัวตรงเหมือนนักเรียนนายร้อยอยู่ข้างๆ เหมือนจงใจโชว์อาวุธปืนที่ตุงอยู่เหนือสะโพก

“อย่าเพิ่งใช้โทรศัพท์ จนกว่างานแต่งงานจะเรียบร้อย…ผมขอร้อง” ปากบอกขอร้องแต่ท่าทีคือการออกคำสั่งและใช้สายตานำไปที่อาวุธที่ไม่เปิดเผยประเภทอีกครั้ง

“ระหว่างนี้คนของผมจะอยู่กับคุณตลอด” เสี่ยธนาพูดน้ำเสียงเนิบนาบ แต่แววตาบ่งบอกถึงความจริงจัง

ดอกเตอร์รุจน์หน้าแดงกล่ำด้วยความโกรธจัดผสมตกใจ เขาเพิ่งตระหนักว่ากำลังตกอยู่กลางดงนักเลงอย่างแท้จริง เป็นนักเลงรังนกที่ “พูดกันด้วยภาษาปืน” ตามที่พ่อค้าร้านเหล้าบอกจริงๆ เสียด้วย
“นี่มันมัดมือชกกันชัดๆ ลูกสาวคุณมั่วมาจากไหนก็ไม่รู้ โอ๊ย!” ดอกเตอร์หนุ่มผงะไปตามแรงกระชากคอเสื้อของชายหนุ่มหน้าตายที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ที่ทำท่าจะชก แต่ลดมือลงเมื่อเห็นสายตาห้ามปรามของลูกชายเสี่ยธนา

เจ้านี่คงเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดของเจ้าพ่อรังนก!

“น้องสาวผมไม่เคยเหลวแหลกอย่างที่ดอกเตอร์คิดหรอกครับ” ดลดนัยพูดน้ำเสียงนุ่มนวล แตกต่างจากผู้เป็นพ่อเหมือนอยู่คนละขั้ว

“แล้วใครล่ะที่แต่งหน้าแต่งตัวเหมือนเด็กเที่ยวใจแตก ใครล่ะที่เมามายเหมือนมั่วยาอีมานอนห้องผมตอนตีสอง ใครล่ะที่กินเหล้าเข้าไปสองขวดอาละวาดไม่หยุดจนหมดแรงนอนไม่รู้เรื่องอยู่นี่น่ะ” เหมือนถูกต้อนให้จนมุมและเลือดขึ้นหน้าจนไม่กลัวอะไรแล้ว ดอกเตอร์หนุ่มพูดเสียงสั่นพลางชี้นิ้วที่สั่นเทาไปยัง “ตัวต้นเหตุ” ที่ยังนอนไม่รู้เรื่องรู้ราว

“น้องดากำลังมีปัญหา แล้วคุณก็เข้ามาแก้ปัญหาให้เขาได้พอดี ถือว่าคุณเป็นพระเอกม้าขาวของเขาเชียวนะ” ดลดนัยพยายามคลี่คลายความเครียดด้วยการพูดติดตลกและยิ้มผ่อนคลาย

ดอกเตอร์รุจน์ยิ้มไม่ออก

“น่าดอกเตอร์…” เสี่ยธนาเอื้อมมือมาตบหลังมือดอกเตอร์หนุ่มคล้ายปลอบโยน “มีแต่คนอยากเป็นลูกเขยเสี่ยธนา แต่ผมเลือกคุณนะดอกเตอร์”
ดอกเตอร์หนุ่มชักมือกลับอย่างรังเกียจ แต่เจ้าพ่อรังนกกลับระเบิดเสียงหัวเราะอย่าง
เปิดเผยและมั่นใจในอำนาจของตัวเองยิ่งนัก

ดอกเตอร์หนุ่มกำมือแน่น หน้าแดงกล่ำ เขากำลังโกรธจัด พาลโมโหตัวเองที่แทนที่จะรีบออกจากบ้านไปหาที่พักใหม่ แต่กลับหลงกลนั่งฟังคำเพ้อรำพันของดุจญาดา จนสุดท้ายต้องมาติดกับดักเจ้าพ่อรังนกอันธพาล

ไม่อยากเชื่อเลยว่าโครงการการแลกบ้านกับเพื่อนเพื่อประหยัดพลังงานเพิ่งผ่านไปเพียงคืนแรก และการพบหน้าเด็กใจแตกอย่างดุจญาดาเพียงครั้งเดียว ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างที่คาดไม่ถึงเช่นนี้

ดอกเตอร์รุจน์ไม่มีทางเลือกใดหลงเหลืออยู่เลย เสี่ยธนาสั่งริบโทรศัพท์มือถือ ให้บอดี้การ์ดที่แม้ไม่ได้สวมสูทสีดำเหมือนหนังเจ้าพ่อฮ่องกงแต่หน้าตากระหายเลือดพอกันขนาบข้างและประกบหน้าหลังราวกับตำรวจพาผู้ต้องหาไปทำแผนฆาตกรรม เขาถูกพาขึ้นรถไปที่คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มีคนนำเสื้อผ้าหลายชุดมาให้ลอง จากนั้นก็ถูกกักตัวไว้ในห้องท่ามกลางการอารักขาอย่าง “ไม่คลาดสายตา” ของชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ผิวคล้ำหน้าดุสามคน

เขาถูกลักพาตัวมาแต่งงาน!

ประเมินดูแล้วแม้จะมีฝีมือด้านการต่อสู้ป้องกันตัวมากพอตัว ก็คงไม่สามารถล้มบอดี้การ์ดที่ถูกฝึกมาให้ใช้ปืนและทักษะการต่อสู้อย่างคล่องแคล่วเหล่านี้ได้

เขาพยายามหาโอกาสคุยกับดุจญาดา แต่คนเฝ้าบอกด้วยน้ำเสียงและใบหน้าไร้ความรู้สึกว่าเธอยังไม่ฟื้นจากอาการเมา

ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น หากฟื้นแล้วเธอก็คงไม่มีสมองเหลือสำหรับคุยเรื่องใดๆ เพราะเซลล์สมองของเธอคงถูกแอลกอฮอล์สี่สิบดีกรีสองขวดเต็มๆทำลายไปหมดแล้ว
ในยามนี้ เพียงแค่นึกเห็นหน้าเธอ ก็เกิดอาการโกรธจนปวดหัวจี้ดขึ้นมาเลยทีเดียว

เขาได้พบดุจญาดาตอนออกจากบ้านเพื่อไปงานแต่งงาน เขาแต่งตัวด้วยชุดสูทสีครีมสุดหรูเข้ากันกับชุดราตรีหรูหราของเธอ หากไม่ดูจากหน้าตาก็ดูราวกับเป็นคู่วิวาห์ที่น่าอิจฉา

แม้การแต่งหน้าอย่างประณีตจะปกปิดความอ่อนเพลียและซีดเซียวไว้ได้ แต่ดวงตาเหม่อลอยบ่งบอกว่าเธอยังไม่หายมึนงงจากฤทธิ์สุรา

“รู้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม?” เขาชะโงกหน้าเข้าไปถามน้ำเสียงเบาพอได้ยินกันสองคนแต่เคร่งเครียด หลังจากเข้ามานั่งด้านหลังของรถหรูคันโตที่มีชนะเป็นคนขับ ส่วนดลดนัยนั่งข้างคนขับ ด้านหน้าและด้านหลังมีรถประกบ ราวกับตำรวจควบคุมตัวนักโทษฉกรรจ์ไปส่งที่เรือนจำ

“เราจะแต่งงานกันไง” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่บ่งบอกว่าสติสัมปชัญญะยังไม่ฟื้นกลับเสียทีเดียวนัก เธอพูดราวกับเห็นเป็นเรื่องปกติ เหมือนออกไปช็อปปิ้งประจำวัน ขณะพูด เธอเอนกายพิงเบาะและทำตาปรือเหมือนง่วงนอน

ดอกเตอร์รุจน์คิดในแง่ลบอย่างฉุนเฉียวว่า เสี่ยธนาคงแอบเอายากล่อมประสาทให้กินเพื่อไม่ให้เธออาละวาดจนงานแต่งงานล่ม

“คุณไม่คิดอะไรเลยหรือ?” เริ่มเพิ่มระดับเสียง

สองหนุ่มที่รักษาท่าทีเคร่งขรึมคนหนึ่งเหลือบตามองผ่านกระจกมองหลัง อีกเบี่ยงตัวมามองแต่ไม่พูดอะไร

“คิดอะไร?” หญิงสาวลากเสียงถามโดยไม่ลืมตา ท่าทางเหมือนคนเมายาจริงๆ

ดอกเตอร์หนุ่มปล่อยลมหายใจพรวดใหญ่ออกมา พลางกำมือแน่น เขาอยากเอื้อมมือไปเขย่าตัวเธอแรงๆ ให้ฟื้นจากอาการมึนงงเสียที

“นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายนะคุณน้องดา ชีวิตผมกำลังพังเพราะพวกคุณ!”

เสียงกระแอมจากด้านหน้าทำให้ดอกเตอร์รุจน์หันขวับไปมองตาขุ่น เขาสบตากับชนะหัวหน้าบอดี้การ์ดหน้าตายทางกระจกมองหลัง แล้วทำเสียงฮึดฮัด

ชนะไม่โต้ตอบ

ดอกเตอร์หนุ่มหันมามองเจ้าสาวของตัวเองแล้วระบายลมหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนผสมหงุดหงิดเมื่อเห็นเธอนอนหลับตา เอียงคอมาซบไหล่ เขารู้สึกได้ถึงลมหายใจผสมกลิ่นแอลกอฮอล์

ให้ตายสิ! นี่เขาจะต้องเอาอนาคตนักวิทยาศาสตร์หนุ่มไฟแรงมาทิ้งไว้กับเด็กเที่ยวใจแตกลูกสาวเจ้าพ่อรังนกจริงๆ หรือนี่


ภายในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมใหญ่โตหรูหรา
ดอกเตอร์รุจน์ตกใจกับความใหญ่โตของงานและแขกจำนวนมาก มีทั้งแขกของเสี่ยธนารวมกับแขกของอดีตเจ้าบ่าวที่ไม่มีใครรู้ว่าถูกเปลี่ยนตัวกระทันหันจนเมื่อมาถึงหน้างาน ดูเหมือนความเกรงใจเจ้าภาพฝ่ายหญิงมีมากกว่า จึงไม่มีใครกล้าซักถามเจ้าภาพซึ่งหน้าว่าเหตุใดเจ้าบ่าวลูกชายผู้กว้างขวางเมืองภูเก็ตที่ปรากฎชื่อในการด์เชิญจึงกลายมาเป็นดอกเตอร์หนุ่มจากกรุงเทพไปได้

ดอกเตอร์รุจน์มองผู้คนรอบข้างอย่างไร้ความรู้สึก เพราะเขาไม่รู้จักใครสักคน
เจ้าบ่าวเจ้าสาวถูกขนาบข้างด้วยบิดาและพี่ชายของเจ้าสาว ซึ่งถูกขนาบข้างด้วยชายในชุดสูทสากลสีดำท่าทางเหมือนบอดี้การ์ดในหนังเจ้าพ่ออีกกลุ่มหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แม้ที่คฤหาสน์เสี่ยธนาจะมีบอดี้การ์ดเดินขวักไขว่ไปมาหลายคนก็ตาม ตอกย้ำว่าเจ้าพ่อรังนกคงเลี้ยงนักเลงและมือปืนไว้นับไม่ถ้วน

ไม่มีใครสามารถผ่านด่านบอดี้การ์ดเข้ามาถึงตัวคู่บ่าวสาวได้เลย

เมื่อครู่สองหนุ่มสาวเพิ่งจดทะเบียนสมรสโดยมีเจ้าหน้าที่ของทางการมาให้บริการถึงที่
การจดทะเบียนสมรสทำกันในห้องบิสสิเนส รูมของโรงแรม ท่ามกลางสายตาของผู้ที่เป็นทั้งผู้คุมและสักขีพยานอย่างเสี่ยธนา ดลดนัย ชนะ และบอดี้การ์ดหน้าดุอีกหลายคน

ตอนแรกดอกเตอร์รุจน์ไม่ยอมเซ็นชื่อในทะเบียนสมรส และคิดจะร้องขอความเป็นธรรมจากเจ้าพนักงานทะเบียน แต่เมื่อเห็นท่าทางก้มหัวพินอบพิเทาราวกับกล้ามเนื้อคอไร้เรี่ยวแรงที่จะยึดพยุงกระดูกคอที่มีปัญหาหมอนรองกระดูกเคลื่อนให้ตั้งตรงได้ เขาก็คิดได้ว่าไม่มีประโยชน์

เขาจำต้องจดทะเบียนสมรสด้วยความรู้สึกจำยอมและคั่งแค้น

งานเลี้ยงเสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากแขกของฝ่ายอดีตเจ้าบ่าวทะยอยกลับตั้งแต่รู้ว่ามีการเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าว บางคนเกรงใจเจ้าพ่อรังนกก็นั่งต่อจนรับประทานอาหารหรูครบชุด แต่ไม่มีเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวนั่งดื่มกินยืดเยื้อเลยสักคน
เสี่ยธนาเองก็พอใจให้เป็นเช่นนั้น เขาไม่รู้ว่าดุจญาดาที่ยังสงบนิ่งเพราะฤทธิ์ตกค้างของแอลกอฮอล์จะอาละวาดขึ้นมาเมื่อไร และเมื่อเวลาผ่านไปดอกเตอร์รุจน์ผู้ชาญฉลาดอาจจะคิดแก้เกมออกจนทำให้เกิดเรื่องคาดไม่ถึงขึ้นมาได้

พิธีส่งตัวในห้องสูทหรูหราของโรงแรมทำอย่างง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตอง เสี่ยธนา ดลดนัยและชนะเดินมาส่งคู่บ่าวสาวมาส่งที่หน้าห้อง ดลดนัยจับมือน้องสาวบีบแรงๆ และส่งสายตาห่วงใย จากนั้นก็โอบกอดน้องสาวไว้แน่นชั่วอึดใจ

ดุจญาดาเริ่มตาแดงน้ำตาซึม

เธอหันสบตาผู้เป็นพ่อแล้วเม้มปากแน่น ความรู้สึกโกรธผสมน้อยใจแทบทะลักออกมานอกอก

พ่อคงโล่งอกที่ผลักไสเธอพ้นจากความรับผิดชอบไปได้

“ไม่ว่าชีวิตน้องดาจะดีหรือเลวอย่างไง พ่อเป็นคนทำให้น้องดาเป็นแบบนี้”

“น้องดา!”

หญิงสาวเป็นฝ่ายผละจากทุกคนก้าวเข้าไปในห้องโดยไม่เหลียวไปมองบิดาที่ส่งสายตาห่วงใยแกมกังวลมองลูกสาวจนลับตา แล้วเหลือบตามองเขยสดๆ ร้อนๆ พลางเอื้อมมือไปแตะไหล่เขาอย่างนุ่มนวล

“การแต่งงานของคุณกับลูกสาวผมไม่ใช่เรื่องเฉพาะกิจนะดอกเตอร์ ผมหวังให้คุณกับ
น้องดาอยู่ด้วยกันตลอดไป”

ดอกเตอร์หนุ่มหน้าบอกบุญไม่รับ

เขานึกไม่ออกเลยว่าการแต่งงานที่เกิดจากการบังคับข่มขู่ ไม่มีความรักและความผูกพันใดๆ รองรับ และรวดเร็วฉับไวยิ่งกว่าละครเช่นนี้จะยืนยาวไปได้อย่างไร

ดอกเตอร์หนุ่มไม่รับปาก ไม่สนใจสายตาข่มขู่ของเจ้าพ่อรังนก หมุนตัวเดินเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู

ก่อนประตูจะลง สายตาเขาพลันสบตากับหัวหน้าบอดี้การ์ดโดยบังเอิญ แววตาที่เรียบเฉยซ่อนเศร้าของผู้ชายคนนี้ทำให้เขารู้สึกสะดุดใจเหลือเกิน

แม้ชนะจะคอยสั่งการควบคุมไม่ให้เขาคลาดสายตาจนงานแต่งงานเสร็จสิ้น แต่เขารู้สึกว่า ชนะไม่ยินดีกับการแต่งงานครั้งนี้นัก

ดลดนัยเหลือบตามองผู้เป็นพ่อและชนะสลับกันไปมา เสี่ยธนาระบายลมหายใจถี่ๆ ส่วนชนะเดินไป-มาด้านหน้าห้อง ใบหน้าที่คล้ำเพราะสีผิวประกอบเข้ากับการอดนอนข้ามคืนมาจนอีกคืนหนึ่งทำให้ดูเคร่งเครียด เขาเองก็ใจคอไม่ดีนัก แม้ก่อนหน้านี้เขากับพ่อจะมีความเห็นตรงกันว่า การที่ดุจญาดาแต่งงานกับดอกเตอร์หนุ่มอนาคตไกลย่อมดีกว่าแต่งงานกับลูกชายผู้มีอิทธิพลระดับจังหวัด แต่ในยามนี้เขาอดมองโลกในแง่ร้ายไม่ได้ว่า แม้ลูกชายเพื่อนพ่อจะมีนิสัยเกกมะเหรกเกเร แต่ก็ยังมีความเกรงใจพ่อและตัวเขาอยู่มาก ตรงกันข้ามกับดอกเตอร์รุจน์ผู้มีท่าทางเชื่อมั่นในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยมผู้นี้

“ไม่เป็นไรหรอกน่าชนะ” เสี่ยธนาเอื้อมมือไปตบไหล่ชนะ ผู้ซึ่งหากมีเสียงโครมครามดังมาจากในห้อง ก็พร้อมจะพังห้องเข้าไปเป็นคนแรก เพราะเขาเป็นผู้ดูแลปกป้องดุจญาดาดุจไข่ในหินมาตั้งแต่เล็กจนโต “ยายนิดหน่อยบอกว่าดอกเตอร์รุจน์เป็นคนดี”

แม้ไม่กล้าโต้แย้งด้วยวาจา แต่แววตาแสดงความไม่เห็นโดยไม่รู้ตัว เขา ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเสี่ยธนาจึงกล้ายกลูกสาวคนเดียวให้คนแปลกหน้าโดยเห็นแก่คำนำหน้าว่า “ดอกเตอร์” ทั้งๆ ที่ดอกเตอร์นิดหน่อยเองก็เคยบอกว่า พวกดอกเตอร์ส่วนใหญ่เป็นคนแปลกประหลาด คิดและทำไม่เหมือนชาวบ้าน นอกจากนั้นยังมีดอกเตอร์ไม่น้อยเก็บกดจากการเรียนหนักและการคาดหวังของสังคม แล้วนำมาระบายออกกับเรื่องส่วนตัวและเรื่องเพศ

“ถ้าดอกเตอร์รุจน์ข่มเหงรังแกน้องดาเพื่อแก้แค้นเรา นายจะทำอย่างไง” ชนะปริปากตั้งคำถามที่วิตกกังวลออกมาในที่สุด

“เฮ่ย! ไม่มีใครกล้าทำอย่างงั้นกับลูกเสี่ยธนาหรอก” พูดเสียงดังโผงผางตามสไตล์

“แค่ดอกเตอร์หน้าอ่อนคนเดียว เอาไม่อยู่ก็อย่ามาเรียกว่าเจ้าพ่อรังนกเลยวะ”

ดลดนัยไม่ได้สนองตอบเมื่อผู้เป็นพ่อหันมายักคิ้วเพื่อขอคำยืนยัน ตอนแรกคิดว่าปัญหาที่เกิดจากโทสะของผู้เป็นพ่อจะจบลงด้วยดีเหมือนงานเลี้ยงแต่งงานที่ผ่านไปอย่างไร้อุปสรรค ที่ไหนได้ กลับมีลางสังหรณ์บางอย่างบอกว่า ความวุ่นวายครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น

ดุจญาดาพูดถูก ไม่ว่าชีวิตเธอจะดีหรือเลว พ่อเป็นคนทำให้เกิดขึ้น และเขาในฐานะพี่ชายที่มีส่วนร่วมกับแผนการนี้มาตั้งแต่ต้นมิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้เลย

ดุจญาดาเดินออกมาจากห้องน้ำด้
วยเครื่องแต่งตัวใหม่ เห็นดอกเตอร์รุจน์นั่งที่โซฟา ศอกวางบนเข่ามือกุมขมับ ถอนหายใจเฮือกๆ เหมือนคนตกอยู่ในบ่วงทุกข์และหาทางออกไม่ได้

เธอเองก็รู้สึกปวดหัวหนึบๆ ตลอดเวลา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเครียด หรือฤทธิ์แอลกอฮอล์ หรือผสมกัน ยังนึกไม่ออกว่าควรจะทำอย่างไรกับอนาคตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของตัวเอง และจะผ่านพ้นคืนแรกของการแต่งงานไปได้อย่างไรโดยไม่ต้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขา

ดอกเตอร์เงยหน้าขึ้นมองเมื่อรู้สึกว่าตกเป็นเป้าสายตา เขานิ่วหน้าเมื่อเห็นเธอสวมเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์เหมือนพร้อมจะเดินทาง

“ไปข้างนอกหรือ?”

“ไปไหนไม่ได้หรอก พ่อคงให้คนเฝ้าไว้ทั้งคืน คุณไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ เรื่องมันจบแล้ว”

ดอกเตอร์หนุ่มนิ่วหน้าและจ้องหน้าเธอตาไม่กระพริบ จู่ๆ ก็นึกโกรธที่เธอทำนิ่งเฉยกับเรื่องที่เกิดขึ้นราวกับยอมจำนนแต่โดยดี โดยไม่สนใจว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความยุ่งยากใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตให้กับเขา

เขา ลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปเผชิญหน้ากับเธอ

“คุณคิดว่าเรื่องมันจบแล้วงั้นรึ?” เขาพูดเสียงเข้มเหมือนตะโกน “นี่มันเพิ่งเริ่มต้น ชีวิตผมเริ่มพังตอนเจอคุณโผล่หน้ามากลางดึก แล้วจะพังยิ่งขึ้นหลังจากแต่งงานกับคุณนี่แหละ!”

“ดอกเตอร์!” หญิงสาวเบิกตากว้างพลางเรียกชื่อเขาเสียงเข้ม เริ่มจากการตกใจ พัฒนาเป็นความโกรธ เกิดอาการปวดหัวจี๊ดกับข้อกล่าวหาที่กระทบใจ

ทำไมเธอต้องเผชิญกับข้อกล่าวหานี้ตั้งแต่จำความได้และดูเหมือนจะไม่มีวันจบสิ้น
เธอทำให้แม่ตาย เธอทำให้พ่อไม่มีความสุข พอลืมตาดูแลครอบครัวที่เคยอบอุ่นก็พังทะลาย และเธอกำลังทำให้ชีวิตที่รุ่งโรจน์ของดอกเตอร์หนุ่มอนาคตไกลคนหนึ่งต้องพังลง

“เป็นอะไร? คุณจะร้องไห้ให้มันได้อะไรขึ้นมา?” ชายหนุ่มตะโกนถามเมื่อจู่ๆ หญิงสาวก็ตาแดงและรื้นน้ำตา

เขาเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่เธอกลับทำเหมือนเขาทำร้ายเธออย่างนั้นแหละ

“คนที่ควรร้องไห้คือผม ไม่ใช่คุณ!” ตะเบ็งเสียงใส่หน้าซ้ำ

หญิงสาวสะบัดหน้าหนีเพื่อซ่อนน้ำตา เธอเม้มปากกัดฟันแน่นเพื่อสะกัดกั้นก้อนสะอื้นที่กำลังจะทะลักขึ้นมาจากอก

ไม่…เธอต้องไม่แสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นอย่างเด็ดขาด

มีคนเคยบอกว่า มนุษย์มีพื้นฐานที่จะทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่า หากต้องการรอดพ้นจากสถานการณ์การแต่งงานที่คับขันเช่นนี้ เธอต้องเข้มแข็งเข้าไว้

หญิงสาวสูดลมหายใจยาวๆ สองสามครั้ง แล้วหันกลับมาเผชิญหน้าเขา ยืดตัวตรงแสดงความมั่นคง มองเขาด้วยแววตาที่หนักแน่นขึ้น…ราวกับสั่งได้

“ถ้าคิดว่าฉันดีใจที่ได้สามีเป็นดอกเตอร์ คุณคิดผิดแล้ว”

ดอกเตอร์หนุ่มจ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่อง

“ฉันแค่จะมาบอกว่าฉันจะนอนในห้องใหญ่ ส่วนคุณนอนบนโซฟาในห้องรับแขกนี่
แหละ”

“หมายความว่าอย่างไง คิดว่าผมสละชีวิตทั้งชีวิตมาแต่งงานกับคุณ แล้วจะให้ผมนอนข้างนอกเป็นหมาเฝ้านายอย่างภักดีงั้นรึ?”

หญิงสาวจ้องหน้าเขาตาเขม็ง แม้จะรู้สึกใจหายวาบก็ตาม

“ดอกเตอร์คนดังอย่างคุณคงไม่อยากสร้างภาระผูกพันไปมากกว่านี้หรอกนะ ถ้าคุณทำอะไรฉัน หรือถ้าฉันเกิดมีลูกขึ้นมา คุณได้เป็นลูกเขยเจ้าพ่อรังนกไปตลอดชีวิตแน่ๆ เพราะฉะนั้นอยู่ห่างๆ ฉันจะดีกว่า…เว้นเสียแต่ว่าคุณอยากได้สมบัติของพ่อฉัน” หญิงสาวพูดเสียงแข็งพยายามปั้นหน้าให้ดูจริงจังที่สุดเท่าที่จะทำได้

“นี่คุณ!” ดอกเตอร์ตาวาววับกำมือและผวาเข้าไปหาเหมือนจะพุ่งเข้าทำร้าย แต่แววตาคมๆ ราวกับได้มรดกมาจากแววตาของเสี่ยธนาก็ทำให้เขาชะงักเท้าอยู่แค่นั้น

หญิงสาวยิ้มมุมปาก

“ดอกเตอร์ระดับคุณย่อมคิดการณ์ไกลกว่าเด็กใจแตกที่จบแค่มัธยมอย่างฉันอยู่แล้ว กู้ดไนท์”

ดอกเตอร์รุจน์มองการส่งจูบล้อเลียนของเธออย่างคั่งแค้น และทำปากขมุบขมิบเมื่อ

เธอเดินหมุนตัวหายเข้าไปในห้องนอนในห้องสวีทสุดหรู

บ้าที่สุด!นี่เขาจะต้องนอนเฝ้าหน้าห้องลูกสาวเจ้าพ่อรังนกราวกับเป็น “หน้าห้อง” ของเธอจริงๆ หรือ

ชายหนุ่มพยายามคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เข้าก้าวเข้าไปนอนในบ้านดอกเตอร์นิดหน่อย และนึกถึงอนาคตแล้วได้แต่ถอนหายใจเฮือกๆ

นึกไม่ออกจริงๆ ว่าชีวิตเขาจบลงในรูปแบบใด

เขาจะได้ทำงานวิจัยที่ต้องทำให้เสร็จภายในสองเดือนหรือไม่

เขาจะบอกกับพ่อแม่และคนรอบตัวได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้น

เขาจะทำอย่างไรกับแฟนสาวที่รักกันมาสิบปีที่จะมาถึงภูเก็ตวันพรุ่งนี้

1 Response so far »

  1. 1

    Cheese said,

    I do really like this story.cheers!


Comment RSS · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: