นิยายร่วมสมัยสไตล์ชาครียา…โพสต์ทูเดย์

chacreeya1

คิดอยู่นานค่ะกว่าจะตอบตกลงเปิดเผยตัวจริงแก่สาธารณะ แต่ในที่สุด “ชาครียา” ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับคุณพัมพ์กิ้น แห่ง “โพสต์ทูเดย์” เมื่อเร็วๆ นี้เองค่ะ ถือโอกาสหยิบบทความในโพสต์ทูเดย์มาโพสต์ในบล็อกด้วยค่ะ

นิยายร่วมสมัยสไตล์ชาครียา….

ไม่ว่าจะเป็น … ร่วมงานรัก, รักเพื่อนรัก, พันธนาการใจ, หนทางเถื่อน, รอยร้าวใจ, กลับบ้านเรานะรักรออยู่, Image Maker ปั้นหัวใจให้ปิ๊งรัก, เติมหัวใจให้เต็มรัก, เรียลลิตี้โชว์ ไฮโซไร้สารพิษ, เมโลดี้รัก, ยายอ้วนเจ้าเสน่ห์, คู่วุ่นชุลมุนรัก ฯลฯ

เหล่านี้เป็นผลงานเพียงส่วนหนึ่งในจำนวนนิยายหลากหลายเล่มของเจ้าของนามปากกา “ชาครียา” หรือชื่อจริงว่า ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์

สำหรับผู้อ่านที่ชื่นชอบการอ่านนิยายแนวร่วมสมัยทันกับเหตุการณ์น่าจะเคยผ่านตากันมาบ้างแล้วกับผลงานเหล่านี้ ในขณะที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับผลงานของเธอผ่านทางละครทีวี เนื่องจากมีนิยายหลายเรื่องที่ถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปผลิตละคร

ล่าสุดกับ “ชุลมุนวุ่นรัก” เรื่องราวความรักวุ่นๆ ของดอกเตอร์หนุ่มฉายา “ดอกเตอร์กู้โลก” ที่ตัดสินใจแลกบ้านกันอยู่กับเพื่อนสาวชาวภูเก็ต เพื่อเก็บข้อมูลสำคัญสำหรับงานวิจัยใต้อันดามัน แต่หารู้ไม่ว่าชีวิตของเขากำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อคืนแรกในบ้านใหม่ มีสาวพังก์สติแตกลูกสาวมาเฟียรังนกบุกเข้ามายึดที่นอนกลางดึก จนสุดท้ายต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าพิธีแต่งงานกับหล่อนในวันเดียวกับที่แฟนสาว ซึ่งเป็นดอกเตอร์ทางเคมีเดินทางมาจากเยอรมนีเพื่อทดลองใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกับเขาพอดี!!

ชาครียา จบวิชาการหนังสือพิมพ์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเริ่มต้นชีวิตการทำงานตามสายที่เรียนมาด้วยการเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ประจำศูนย์ข่าวเชียงใหม่ ก่อนจะย้ายตัวเองไปทำทางด้านธุรกิจ และกลับมาทำงานด้านสื่ออีกครั้งที่นิตยสารโลกสีเขียว แต่แล้วชีวิตก็พลิกผันอีกครั้งเมื่อตกลงปลงใจไปทดลองใช้ชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และเจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านเอ็นจีโออยู่พักหนึ่ง ก่อนจะกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด (อ่างทอง) และกลับมาเขียนหนังสืออย่างเป็นจริงเป็นจังอีกครั้ง

“ถ้าถามว่ากับการทำงานที่ผ่านมาหลากหลาย เป็นเพราะค้นหาตัวเองหรือเปล่า ก็น่าจะเป็นด้วยจังหวะชีวิต ด้วยวัย เพราะเมื่อเรียนจบเราก็อยากจะเดินทาง อยากจะแสวงหาความรู้ แล้วโอกาสต่างๆ มันก็เปิด พอเราได้เรียนรู้เนเจอร์ของแต่ละงานแล้ว เราก็อยากจะเปลี่ยนไปดูอย่างอื่นบ้างว่าจะเป็นอย่างไร พี่เคยคุยกับเพื่อนอยู่เสมอว่าเหมือนเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อนำมาใช้ในงานเขียนของเรา ไม่ว่าเราจะเขียนงานลักษณะไหน จะทำให้เรามองเรื่องนั้นๆ ได้แตกฉานมากขึ้น ถึงจะเป็นนิยายรักก็จริง แต่ถ้ามีเรื่องของการเกษตรอินทรีย์เข้ามาเราก็จะมองเห็นประเด็นเรื่องเกษตรอินทรีย์ เรื่องจีเอ็มโอ และถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องของเราได้อย่างกลมกลืน”
ชาครียา เริ่มต้นกับงานเขียนที่ได้ตีพิมพ์เล่มแรกในชีวิต เมื่อปี 2531 กับเรื่อง แม้สุดขอบฟ้า กับสำนักพิมพ์บรรณาคาร ซึ่งเป็นนิยายที่ใช้ฉากต่างประเทศ (สมมติ) จากจินตนาการล้วนๆ เพราะตอนนั้นเธอยังไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศเลยสักครั้ง

“เคยพยายามนั่งวิเคราะห์นะว่าทำไมพี่ถึงอยากเขียนหนังสือ อาจจะเป็นเพราะพี่เป็นเด็กบ้านนอก ซึ่งไม่ค่อยมีอะไรที่เป็นความบันเทิง จะมีก็ละครวิทยุ กับหนังกลางแปลง พอไปเรียนหนังสือสิ่งบันเทิงส่วนใหญ่ก็คือ การยืมหนังสือจากห้องสมุด อ่านหนังสือบ้าง ฟังละครวิทยุ ดูหนังกางแปลงบ้างก็เลยมีจุดหนึ่งที่คิดว่าตัวเองน่าจะเขียนได้ก็เลยหัดเขียนมาเรื่อยๆ ซึ่งเรื่องแรกที่ได้ตีพิมพ์ก็เป็นช่วงประมาณ ม.6 ต่อกับช่วงมหาวิทยาลัย”

งานเขียนของชาครียา เธอบอกว่าแบ่งออกได้เป็น 3 ยุค คือ ยุคแรกเป็นยุคแห่งความเพ้อฝัน ในวัยเยาว์ ทำให้งานในช่วงนี้ของชาครียาเต็มไปด้วยเรื่องราวและฉากสมมติ จินตนาการเสียส่วนใหญ่ ส่วนยุคที่สอง เธอเรียกว่าเป็นช่วงสัมผัสความเป็นจริงของชีวิต ซึ่งจากการที่ผ่านประสบการณ์การทำงานมาอย่างมากมาย

“ช่วงที่สอง เหมือนเราได้ไปทำข่าว สัมผัสกับผู้คน เราก็เลยไม่ค่อยมีจินตนาการเข้ามาสักเท่าไหร่ เหมือนกับว่าเรามีฉากจริง ละครจริง เรื่องที่ออกมาก็เลยหนักแน่น และทันกับสถานการณ์มากขึ้น อย่างเรื่อง กลับบ้านเรานะรักรออยู่ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ มีการรณรงค์ให้คนนักศึกษากลับไปสู่บ้านเกิดมากขึ้น เราก็จะสอดแทรกเนื้อหาเหล่านี้เข้าไปด้วย ซึ่งจะแตกต่างจากช่วงแรกๆ อย่างสิ้นเชิง หรือช่วงที่สามก็จะคาบเกี่ยวกับช่วงที่สอง โครงเรื่องอิงกับเรื่องร่วมสมัย และข้อเท็จจริงค่อนข้างมาก พอเป็นช่วงที่พี่ผลักภาระงานประจำออกไปหมดแล้ว กลับมาอยู่บ้าน ทำให้เราได้ทดลองทำอะไรได้มากขึ้น”

แนวที่ถนัดของชาครียา คือ ร่วมสมัยที่หยิบยกเอาเหตุการณ์บางเหตุการณ์มา แต่พยายามปรับแนวของตัวเอง เพราะผู้อ่านบางคนบอกว่าเรื่องหนักไปคล้ายสารคดีเชิงนิยาย อย่างเช่น เรื่องเรียลลิตี้โชว์ ไร้สารพิษ ตอนแรกเราเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เราอยากจะเผยแพร่แนวคิดเกษตรอินทรีย์ ผักออร์แกนิกส์ ที่ไม่ค่อยมีใครเข้าใจจริงๆ เราก็นำนิยายมาเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ ในการรณรงค์ช่องทางหนึ่ง แต่ช่วงหลังๆ เราก็คิดว่าเอาคนอ่านมาเป็นตัวตั้งบ้างดีกว่าว่าคนอ่านอยากจะอ่านอะไร และแนวการเขียนของเราจะเปลี่ยนไหม เพราะคนอ่านนิยายต้องการการผ่อนคลาย แต่สุดท้ายบางทีเราก็อดไม่ได้ที่จะเสริมเรื่องราวต่างๆ เข้าไป คงเป็นสไตล์ของชาครียาไปแล้ว ที่ต้องเอาสถานการณ์ปัจจุบันมาสอดแทรกบ้าง”

สำหรับผลงานล่าสุดที่เธอกำลังทำอยู่เป็นนิยายที่เธอเรียกว่าแนวทดลอง ซึ่งจะนำเรื่องเก่าๆ สมัยเด็กมาปรับแก้ และตีพิมพ์อีกครั้ง โดยยังคงโครงเรื่องเดิม ชื่อเรื่องเดิมเอาไว้ เพียงแต่จะมีการปรับแต่งฉาก เนื้อหาเพิ่มเติมเข้าไปให้น่าสนใจ และอิงกับความเป็นจริงมากขึ้น นอกจากนั้นก็ยังอยู่ในระหว่างการหาข้อมูลเพื่อมาเขียนนิยายเรื่องใหม่ ลูกหนี้ที่รัก อีกด้วย

ปัจจุบันชาครียา ทำงานเป็นบรรณาธิการนิตยสารเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เป็นคอลัมนิสต์เกี่ยวกับสุขภาพ ในนิตยสารสารคดี เป็นคอลัมนิสต์เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมในนิตยสาร Anywhere รวมถึงเป็นครูสอนโยคะ และที่สำคัญยังคงทำงานเขียนนิยายที่เธอรักอยู่อย่างสม่ำเสมอ

ดูภาพเพิ่มเติมได้ที่ http://www.posttoday.com/lifestyle.php?id=34087

2 Responses so far »

  1. 1

    Yanisa said,

    ติดตามผลงาน ของคุณ ชาครียา ค่ะ ชอบมากๆเลย..

  2. 2

    โจ said,

    ภัสน์
    ชอบประวัติชาครียามาก คงมีความสุขสบายดีนะที่อ่างทอง
    หวังว่าจะได้เจอกันนะภัสน์
    โจ


Comment RSS · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: