แรงบันดาลใจที่ฤาษีเกษ

rishigesh 2 risizeเพิ่งไปฤาษีเกศ (Rishikesh) เป็นครั้งแรกค่ะ เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมตะรอนทัวร์ลาดัก-แคชเมียร์ ที่แม้จะอยู่นอกเส้นทาง แต่หลอกเพื่อนร่วมทางได้สำเร็จว่าที่นี่คุณจะได้เห็นโยคีตัวเป็นๆ เดินกันเกลื่อนเมือง…แม้ว่าจะต้องนั่งรถเช่าไปมะนาลี…ประตูสู่ลาดักอีก 15 ชั่วโมงก็ถือคุ้ม

rafing resizeฟังจากชื่อเหมือนห่างไกลและลึกลับราวกับอยู่ในเขาไกลาสหรือป่าหิมพานต์ แต่ขอบอกว่าไปง่ายนิดเดียว ถ้าต้องการตรงดิ่งไปที่ฤาษีเกศก็ไม่ต้องวางแผนการเดินทางให้ปวดหัว แค่ลงจากเครื่องบินที่สนามบินอินทิราคานธี แวะซื้อตั๋วรถไฟที่เคาน์เตอร์ของการรถไฟอินเดียที่บริเวณประตูทางออก มีให้เลือกทั้งรถกลางวันและกลางคืน ทั้งแบบหวานเย็นและด่วนจี๋ ทั้งชั้นสามและชั้นหนึ่งแอร์คอน เราเลือกรถด่วนชาตาบดี (Shatabdi Express) ซึ่งถือว่าเร็วที่สุด (แพงหน่อย) ออกเดินทางใกล้เที่ยงคืน (เพราะมัวแต่เริงร่ากับอากาศร้อนที่สุดในชีวิตในเดลี) ใช้เวลาแค่ประมาณสี่ชั่วโมงก็ถึงเมืองหะริดวาร์ (Haridwar) นั่งรถเมล์ที่แล่นผ่านหน้าสถานีรถไฟ ถึงจะไปถึงตี่สี่แต่ก็มีรถเมล์วิ่งคึกคัก ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็ถึงฤาษีเกศค่ะ

แม้อากาศจะไม่ร้อนหฤโหดเหมือนนิวเดลีที่อุณหภูมิช่วงต้นมิถุนายนปีนี้พุ่งขึ้นไป 43องศา แต่ฤาษีเกศก็ยังร้อนจนช่วงบ่ายต้องหาที่หลบร้อนไปนั่งที่สปาหรูที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึกสามชั้น มีห้องเล่นโยคะที่มองเห็นวิวแม่น้ำคงคาได้เต็มๆ ส่งเพื่อนไปนวดอายุรเวทชั่วโมงละสองพัน ส่วนเรานั่งเอนกายริมระเบียงจิบกาแฟที่ไม่ค่อยเย็น (น้ำแข็งในอินเดียเป็นของมีค่า ขณะเดียวกันก็เสี่ยงต่อสุขอนามัยที่สุด) ดูแม่น้ำคงคาช่วงสะพานรามจุฬาที่มีนักแสวงบุญเดินไปมาไม่ขาดสายและไม่ยี่หระต่อความร้อนของพระอาทิตย์เลยแม้แต่น้อย
international yoga festival resizeชาวอินเดียรู้จักฤาษีเกศในฐานะหนึ่งในเมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดู แต่ชาวโลกรู้จักที่นี่ในฐานะเมืองหลวงของโยคะค่ะ ที่นี่เป็นที่ตั้งของสถาบันโยคะของสวามีศิวะนันทะ และสถาบันของท่านที่ชื่อ A Divine Life Society สิ่งที่ถูกใจที่สุดคือร้านหนังสือของสถาบันฯ ที่มีหนังสือและสื่อความรู้ของท่านสวามีศิวะนันทะและสานุศิษย์ รวมทั้งหนังสือเชิงจิตวิญญาณของคุรุอินเดียอื่นๆ ราคาถูกสุดๆ ชนิดที่หาไม่ได้ในเมืองไทยที่หนังสือเล่มบางนิดเดียวราคาเริ่มต้นเฉียดร้อย แต่ที่นี่ซื้อครบ 300 รูปีขึ้นไป (ประมาณ 250 บาท) ลด 30 เปอร์เซนต์ ถูกอย่างไม่น่าเชื่อที่ลดแลกแจกแถมแบบนี้เพราะเขามีนโยบายเผยแพร่ความรู้เป็นวิทยาทานมากกว่าแสวงหาผลกำลัง จ่ายไป 300 นิดๆ ได้หนังสือเกี่ยวกับโยคะและสุขภาพมาใช้อ้างอิงในการทำงานตั้ง 10 กว่าเล่ม ด้วยความเป็นนายแพทย์ทางกายมาก่อนเป็นนายแพทย์ทางใจ ท่านจึงมีงานเขียนที่หลากหลายนับตั้งแต่นิทานสำหรับเด็ก โยคะด้วยดนตรี นอนไม่หลับทำไงดี ไปจนถึงเรื่องการปฏิบัติธรรมด้วยการสวดมนต์ ถ้าไม่ติดว่าต้องแบ็กแพ็กต่อไปอีกสองสัปดาห์คงได้แพ็กและแบกหนังสือจนหลังแอ่นแน่

น่าสังเกตว่าครูบาอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอินเดียท่านให้ความสำคัญกับให้ทานความรู้มาก ในหนังสืออัตชีวประวัติของท่านสวามีศิวะนันทะ ท่านเขียนไว้เลยว่า ใครอยากพิมพ์หนังสือของท่านก็พิมพ์ไปเถอะ ไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ ขอแค่ส่งหนังสือกลับมาให้ท่านแจกให้ญาติโยมบ้างก็พอ ผู้เขียนเคยไปที่พิพิธภัณฑ์มหาตมะคานธีที่เมืองไมซอร์ (Mysore) ก็มีร้านหนังสือดีๆ เป็นแหล่งขุมทรัพย์ทางปัญญาราคาถูกราวกับแถมฟรีแบบนี้เหมือนกัน เช่น หนังสืออัตชีวประวัติท่านคานธี “ข้าพเจ้าทดลองความจริง” (The Story of my experiments with truth) ขนาดเกือบ 500 หน้า ราคาแค่ 30 รูปี หรือ 25 บาทเท่านั้น

ตรงข้ามร้านหนังสือเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติชีวิตของสวามีศิวะนันทะ นอกจากจะได้รับรู้ประวัติ ผ่านรูปเหตุการณ์ในช่วงชีวิตสำคัญ ๆ ของท่านแบบอาศัยความรู้พื้นฐานส่วนตัวผสมเดาๆ เอา (ไม่มีคำบรรยายภาษาอังกฤษ ส่วนคนเฝ้าก็พูดภาษาอังกฤษงูๆ ปลา พอถามได้ว่า เธออยู่เมืองไทยเงินเดือนเยอะมั้ย?) ยังใช้เป็นที่หลบร้อนอันเงียบสงบได้ดีทีเดียว

evening puja 2 resizeฤาษีเกศเป็นหนึ่งในเป้าหมายการแสวงบุญของชาวฮินดูค่ะ ทุกเย็นจะมีพิธีบูชาพระศิวะที่ท่าน้ำหน้าวัดปารมาร์ธ นิเกตัน (Parmarth Niketan Ashram) ริมแม่น้ำคงคา เป็นพิธีที่ไม่บิ๊กเบิ้มอลังการเหมือนที่พาราณสี นักแสวงบุญไม่มากมายราวฝูงมดเหมือนที่มธุลัย (Madurai) ในรัฐทมิฬนาดูของอินเดีย แต่ก็ตื่นตาตื่นใจด้วยสีสันเครื่องนุ่งห่มสีเหลืองส้มของพระเณรหญิงชาย และเสียงสวดที่ไม่เข้าใจแต่กระทบใจจากการนำสวดของนักบวชร่างใหญ่เคราครึ้มหน้าตายิ้มแย้มปรานีเหมือนคุณลุงซานต้าที่เดินกำกับดูแลความสงบเรียบร้อยภายในพิธีตั้งแต่ต้นจนจบ ฉันหันไปถามคนอินเดียข้างๆ ว่าท่านเป็นหัวหน้านักร้องประจำวัดหรือ…เสียงดีจริงๆ? เขามองราวกับฉันเพิ่งหลุดมาจากป่าหิมพานต์ แล้วบอกว่าท่านเป็นเจ้าอาวาสชื่อก้องแห่งฤาษีเกศและดังไปทั่วโลกเชียวนะเธอ…ต่อมาฉันเห็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มเปิดโลกนี้อีกครั้งบนปกหนังสือที่สนามบิน ท่านคือท่านปูชยา สวามีจีผู้โด่งดังนั้นเอง

รูปปั้นพระศิวะสีขาวตั้งอยู่บนสะพานโค้งครึ่งวงกลมยื่นไปในแม่น้ำคงคานั้น ยามที่ด้านหลังสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามตกดินและใกล้ค่ำด้านหน้าสะท้อนแสงไฟจากสปอตไลต์ดูงดงามมีสง่าราศีถึงขั้นให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว แต่ในฐานะที่ผ่านการเรียนกายวิภาคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังมาจากวิชาโยคะ ทำให้รู้สึกว่าอกผายไหล่ผึ่งจนแอ่นไปทางด้านหลังมากไปหน่อย หวาดเสียวว่าท่านจะหงายพระปฤษฎางค์ (หลัง) ลงแม่น้ำคงคาอันเชี่ยวกรากและหนาวเย็นไปเสีย ความสงสัยพาให้เดินอ้อมไปดูด้านหลัง…เป็นตามที่คาดไว้ ที่ฐานด้านหลังมีอิฐกองใหญ่มากั้นไว้กองเบ้อเริ่ม…อาสนะไม่สมดุล…เสียชื่อโยคีเมืองฤาษีเกศหมด

ขณะที่ evening puja ดำเนินไป เสียงสวดประสานเสียงดังแข่งกับเสียงน้ำกระทบโขดหิน บริเวณท่าน้ำที่มีบันไดทอดขนานไปในแม่น้ำคงคาระยะทางหลายสิบเมตร ฉันกล้าลงไปยืนแค่บันไดขั้นแรกจากขอบผิวน้ำ เพราะไม่มีใครบอกว่ามีบันไดทอดลงไปอีกกี่ขั้น กลัวตกวูบลงไปในน้ำที่เย็นกว่ากาแฟเย็นในสปาหรู ผู้หญิงอินเดียสองสามคนจุดเทียนในกระทงใบตองเล็กๆ หลายสิบใบลอยไปตามน้ำ ข้างๆ ฉันมีหนุ่มอินเดียนั่งเอาเท้าแช่น้ำ ในมือถือห่อผ้าจุ่มลงไปในน้ำและเฝ้ามองอย่างมีความหวัง

“เธอทำพิธีอะไรหรือ?” ฉันถาม บรรยากาศที่ขรึมขลังเช่นนี้ อะไรๆ ก็ดูเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ไปหมด

“เปล่า มันร้อนมาก ผมเลยเอาส้มแช่น้ำให้เย็นสักหน่อย แล้วค่อยกิน” เขาตอบยิ้มๆ
“…”

ถ้ามีโอกาสอย่าลืมไปสร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับโยคะและบูชาแม่น้ำคงคาที่ฤาษีเกศนะคะ

5 Responses so far »

  1. 1

    สุดารัตน์ said,

    …จะเก็บตังค์ไปเที่ยวค่ะ ไม่ทราบว่าคุณไปกีวัน/และพักที่ไหนคะ?

    …พอดีเรียนโยคะอยู่ที่จันทบุรี เรียนเพราะอยากเรียนรู้วิถีโยคะ และเผื่อว่าวันหนึ่ง รู้มากจนสามารถแนะนำผู้อื่น…ได้ค่ะ

    • 2

      chacreeya said,

      ทริปนี้ไปฤาษีเกษไม่กี่วันค่ะ เพราะเป็นทริปที่เดินทางวนเป็นวงกลมไปลาดักกับแคชเมียร์ด้วย ไปแบบแบกเป้ ดุ่ยๆ ไป พอข้ามสะพานไปอีกฝั่งเจอเกสต์เฮ้าส์แรกก็คว้าเลยค่ะ เพราะง่วงเต็มที…ขอสารภาพว่าจำชื่อเกสต์เฮ้าส์ไม่ได้ค่ะ แต่ขอบอกว่้าที่พักที่ฤาษีเกศมีเยอะมาก ราคาหลากหลายตั้งแต่ 200 รูปี (ประมาณ 200 บาท) ก็พักได้แล้วค่ะ ค่าใช้จ่ายที่นี่ไม่แพง ดิฉันเขียนเรื่องนี้ลงในโยคะ เจอร์นัลว่า มีเพื่อนคนหนึ่งไปฝึกโยคะ 1 เดือนใข้เงินค่ากินค่าฝึกค่าที่พักในอาศรมรวมแล้ววันละ 500 บาทเองค่ะ

      ลองไปเที่ยวดูนะคะ

    • 4

      ิbowry said,

      ไม่ทราบว่าคถณ สถการัตน์เรียนที่ไหนของจันทบุรีคะอยากไปเรียนบ้างยังหาที่เรียนอยู่ คอส เท่าไหร่คะ

  2. 5

    Manit said,

    นึกว่าฤาษีเกศ มีแต่ถ้ำและกระต๊อบของเหล่าฤาษี ที่มุ่งบำเพ็ญพรต อยากไปๆทำเช่นนั่นบ้าง พอเห็นภาพปัจจุบันของฤาษีเกศ ความอยากนั้นก็หายวับไปทันใด


Comment RSS · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: