กินปลาเทราต์จากหิมาลัยที่มะนาลี

ข้ามแม่น้ำเบียสอันเชียวกรากจากหิมาลัย แห่งปลาเทราต์ธรรมชาติอันลือเลื่อง

ข้ามแม่น้ำเบียสอันเชียวกรากจากหิมาลัย แห่งปลาเทราต์ธรรมชาติอันลือเลื่อง

คนส่วนใหญ่มามะนาลีทางรถยนต์ รถบัสจากนิวเดลีถึงมะนาลีใช้เวลา 15 ชั่วโมง น้อยคนนักจนเดินทางจากฤาษีเกศ ไม่มีรถสาธารณะ จะหารถเช่าก็แสนยาก ต้องอาศัยเด็กหนุ่มในเอเยนซี่ทัวร์เสาะหาถามไถ่เพื่อนๆ ต่างบริษัทถึงสามแห่ง ออกเดินทางตอนหกโมงเช้า ทาทาอินดิคาแล่นตะบึงผ่านเมืองเล็กเมืองน้อยที่รถราไม่มากนัก เมืองใหญ่ที่จำได้ชื่อเดดราดูน (Dehradun) เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องสถาบันวิจัยป่าไม้ในเขตหิมาลัย ใน “พบถิ่นอินเดีย” ของท่านเนห์รูบอกว่าช่วงเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษท่านเคยถูกขังคุกอยู่ที่นี่ตั้งหลายปี ส่วนอดีตนายกรัฐมนตรีราจีฟ คานธี หลานชายผู้ล่วงลับของท่านเนห์รูก็เรียนจบวิชาการป่าไม้ที่นี่เหมือนกัน

การใช้ทางเบี่ยงทำให้เรามีโอกาสเข้าไปในเขตกองทัพที่กว้างใหญ่ไพศาล เห็นต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น ทะลุเขตอุทยานแห่งชาติ ผ่านภูเขาหลายลูก จากแคว้นอุตรขันธ์ (Uttarakhand) เข้าสู่หิมาจัลประเทศ (Himajalpradesh) ผ่านเมืองคุลลา และทางแยกสู่เมืองซิมลา แหล่งตากอากาศที่มีชื่อเสียงตั้งแต่สมัยอังกฤษครองเมือง ฤดูร้อนทำให้ช่วงสองทุ่มยังสว่างไสว กว่าจะถึงมะนาลีก็สามทุ่ม รวมเวลา 15 ชั่วโมงเศษ ทั้ง ๆ ที่หยุดแวะกินเช้าและกลางวันเพียงช่วงสั้นๆเท่านั้น

นวดเท้า หนึ่งในกิจกรรมหลากหลายกลางเมืองมะนาลี

นวดเท้า หนึ่งในกิจกรรมหลากหลายกลางเมืองมะนาลี

มะนาลีช่วงปลายพฤษภาคม-ต้นเดือนมิถุนายนเป็นช่วงไฮซีซั่น เพราะเป็นช่วงปิดเทอมยาวของเด็กๆ อินเดียมีประชากรเกือบหนึ่งพันสองร้อยล้านคน ถ้าคนอินเดียสักร้อยละ 0.1 อยากมาเล่นหิมะที่มะนาลี ก็ปาเข้าไปเป็นแสนแล้ว คุณลองนึกภาพปายหรืออุ้มผางช่วงเทศกาลปีใหม่ก็แล้วกัน ผู้คนเต็มเมืองที่มีถนนสายหลักเสียงเส้นเดียว รถติดตั้งแต่ก่อนเข้าเมือง อากาศหนาวเหน็บ ฝนตกพรำๆ โรงแรมเต็มเอียด มาถึงมืดจนไม่สามารถตระเวนหาโรงแรมราคาถูกในเขตมะนาลีเก่าซึ่งต้องไต่เขาขึ้นไปอีกหลายกิโล เราตกลงพักโรงแรมที่มีห้องเพียงห้องเดียวที่ไพน์เฮ้าส์ ราคาแพงเกินคุณภาพ 1,200 รูปีต่อคืน อัดเข้าไป 4 คน…พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่

แม้จะดึกดื่นแต่เมืองนี้ยังคึกคักสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยว เรากินอาหารเย็นประมาณสี่ทุ่มที่ร้านอาหารที่อุดมไปด้วยเนื้อสัตว์บรรยากาศราวกับอยู่ในเมืองแถวตะวันออกกลาง มีทั้งไก่หมักเครื่องเทศสีส้มแดงและสีขาวและแกงมัสซาล่าแพะที่แสนอร่อย คนแน่นร้านจนต้องนั่งร่วมโต๊ะกับสองหนุ่มจากปันจาบที่ออกตัวว่าชาวปันจาบีขึ้นชื่อเรื่อง non-veg เขาพาครอบครัวและลูกหลานทาเล่นหิมะสองคันรถ พอรู้ว่าเราจะไปแคชเมียร์เขารีบบอกว่าไปเถอะ แคชเมียร์น่ะ too peacefull แต่ก่อนจากกลับเฝ้าตักเตือนอย่างห่วงใยราวกับเป็นญาติเก่าที่เพิ่งมาพบกันว่า “ระวังกระเป๋าให้ดีละกัน”

แม้ไกด์บุ๊คโลกโดดเดี่ยวจะสรุปเสียหายหายว่ามะนาลีเป็นเมืองที่เอะอะและสกปรก แต่ฉันว่าถึงจะพลุกพล่านไปหน่อยแต่ก็น่ารักดี…มีเมืองไหนในอินเดียที่คนน้อยบ้างฮึ?

เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยการขี้นไปรับลมหนาวบนดาดฟ้าชื่นชมยอดเขาฉาบหิมะในระยะไกลที่มีแนวทิวสนเป็นโฟร์กราวด์ ดื่มกินไฉ (ชาร้อนใส่นม) ที่ร้านรถเข็นหน้าโรงแรมที่มีวิธีการทดสอบความร้อนของต้มน้ำจนเดือดพล่านนานหลายนาทีด้วยการหยดลงบนหลังมือ จนน่าสงสัยว่าหลังมือคงด้านไปหมดแล้ว เพราะไฉควันฉุยแต่พ่อค้าไฉทำหน้าเฉยสนิท

ช่วงสายที่หน้าสำนักงานท่องเที่ยวและท่ารถนักท่องเที่ยวเริ่มออกเดินรับแดดอุ่น มีการเล่นกลคล้าย “อับดุล” ที่บ้านเรา นั่นคือใส่คนไว้ในตาข่าย ขานชื่อ เอามีดแทง แล้วเสกให้คนหายไป คนรุมดูแน่นขนัด เรานั่งรถมินิเพื่อไปหมู่บ้านวาชิต (Vashisht) อยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำตรงข้ามตัวเมือง ข้ามสะพานเหล็กสีเขียวที่เต็มไปด้วยธงแห่งความโชคดีแคล้วคลาดสีเหลือง ขาว เขียว แดง ที่ผูกเต็มราวสะพาน เป็นการบ่งบอกว่าเราเข้าสู่อ้อมกอดของเมืองพุทธแล้ว

นวดข้่าวบาเลย์ด้วยวัว

นวดข้่าวบาเลย์ด้วยวัว

ในไกด์บุ๊ค (ปี 2001) บอกว่าหมู่บ้านนี้เงียบสงบเหมาะแก่การหลบลี้ความวุ่นวายในเมืองมะนาลี แต่สิ่งที่เราพบคือขบวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวอินเดียและต่างประเทศ มีร้านขายของที่ระลึกส่วนใหญ่เป็นผ้าต่างๆ และคาเฟ่ตลอดสองข้างทาง เดินไปตามทางเดินแคบๆ ลัดเลาะไปตามบ้านเรือนที่บางส่วนปรับให้เป็นเกสต์เฮ้าส์รับนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็ก ชาวบ้านที่นี่ยังมีวิถีชีวิตดั้งเดิม ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวบาเลย์ มีการนวดข้าวบนลานโดยใช้วัวย่ำ คนหนึ่งจูงจมูก คนหนึ่งเขี่ยข้าวที่พื้น อีกคนถือกะละมังรองขี้วัว

ลูกหลานพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช

ลูกหลานพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช

เด็กสาววัยรุ่นแขกฟอนข้าวเพิ่งเก็บเกี่ยวเดินผ่านไปพร้อมกล่าวคำทักทายเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วและไม่เบื่อหน่ายคำทักทายคำถามของนักท่องเที่ยว หน้าตาของคนมะนาลีมีทั้งจมูกโด่งผิวขาวเป็นลูกหลานอเล็กซานเดอร์มหาราชเมื่อครั้งยาตราทัพมาถึงชมพูทวีป และมีทั้งผิวเหลืองตาตี่ลูกหลานท่านดาไลลามะ

ลูกหลานท่านดาไลลามะ

ลูกหลานท่านดาไลลามะ

หลังจากเดินดูวิถีชีวิตไปจนถึงทางเดินหินเล็กๆ ที่ทอดตัวลงไปสู่แม่น้ำเบื้องล่างเพื่อไปน้ำพุร้อน แต่กลับหลงทาง หญิงชาวบ้านชวนไปดูผ้าทอที่บ้าน สวยดีแต่ราคาเกือบสองพัน ซึ่งฉันคิดว่าออกมาข้างนอกคงไม่กี่ร้อย ขอบคุณแล้วอำลาท่ามกลางความเมินเฉย แตกต่างจากตอนแรกที่พาเราเข้าไปอย่างกระตือรือร้น…เขาอาจเจอนักท่องเที่ยวกระเป๋าแห้งอย่างเราบ่อยจนเซ็ง

นั่งพักบนดาดฟ้าของร้านอาหารเก๋ไก๋ชนิดที่มองเห็นภาพพานอราม่าภูเขาน้ำแข็ง ทิวสน และแม่น้ำสวยใสแจ๋วกระทบโขดหินเป็นสีเงินราวกับภาพใน เราใช้ทางลัดทางดินเล็กๆ ตัดตรงลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง ระหว่างทางยังอุตส่าห์มีเกสต์เฮ้าส์และโยคะสถาน ที่บ้านเล็กๆ ริมถนนสู่ลาดัก มีขายถุงมือถุงเท้าขนสัตว์แฮนด์เมด ที่คุณลุงท่าทางพเนจรเตร่เข้ามาโฆษณาสินค้าแทนคุณยายที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ว่าเป็นขนกระต่ายแฮนเมดคู่ละ 200 รูปี เลยซื้อติดมาด้วย เอาเงินให้คุณลุงผู้ช่วยขาย 20 รูปี หน้าแตกเพราะแกไม่รับ ภายหลังนึกขอบคุณถุงเท้าคู่นี้สุดๆ มิเช่นนั้นต้องหนาวตายในเต้นท์กลางหิมาลัยแน่ๆ

บ้านสไตล์มะนาลี เส้นแนวนอนสีขาว-อิฐคือไม้สนเป็นท่อนสลับดินเหนียว

บ้านสไตล์มะนาลี เส้นแนวนอนสีขาว-อิฐคือไม้สนเป็นท่อนสลับดินเหนียว

ที่เมืองเก่ามะนาลีมีวัดเก่าแก่ที่สร้างถวายท่านมนูซึ่งเป็นนักปราชญ์ในอินเดียโบราณ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อมะนาลีนั่นเอง แต่สิ่งที่ประทับใจกลับเป็นบ้านสไตล์มะนาลีที่สร้างด้วยไม้สนเป็นท่อนผสมดินเหนียวและหินหลังคาหิน ชาวบ้านแถวนั้นเล่าว่าบ้านบางหลังอายุเกือบสองร้อยปี และเหลือไม่กี่หลัง เพราะเดี๋ยวนี้หาไม้ใหญ่ยาก และขาดแคลนแรงงาน ทำให้ค่าซ่อมแซมสูง…อีกหน่อยคงต้องขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานกระมัง

พักผ่อนหย่อนใจด้วยการเตร็จเตร่ดูของที่ระลึกที่ไม่ค่อยแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวที่อื่น มีทั้งอุปกรณ์กันหนาว กระเป๋า กางเกง เด็กชายเจ้าของธุรกิจขัดรองเท้าคนหนึ่งเฝ้าเพียรตามฉันมาตั้งแต่บนวัดจนเกือบถึงตัวเมืองเก่าเพื่อจะบอกอย่างไม่รู้เบื่อว่า “รองเท้าเธอเก่าแล้วนะ ขัดรองเท้ามั้ย?” ปฏิเสธตั้งแต่ราคาหนึ่งร้อย แกลดเหลือสี่สิบ จนสุดท้ายก็ใจอ่อน ยอมให้เขาขัดไปนั่งยิ้มหวานไป พร้อมกับชี้ให้ดูว่านอกจากจะเก่าแล้วรองเท้ายังขาดอีกด้วย…รู้แล้วหละน่า เพื่อนอีกคนได้ลูกค้าเป็นสาวช็อปเปอร์ เพราะนั่งอยู่หน้าร้านพิซซ่า ทั้งสองคนเลยได้พิซซ่าชิ้นใหญ่เป็นของแถมจากลูกค้าใจดี เขาโบกมือบ้ายบายบอกว่ากลับบ้านละ แต่ฉันเห็นเขาแอบไปนั่งกินพิซซ่าอย่างเอร็ดอร่อยและยิ้มอายๆ เมื่อรู้ว่าตกเป็นเป้าสายตา

"สวนสน" อุทยานแห่งชาติกลางเมืองมะนาลีเสน่ห์ที่เราค้นพบโดยบังเอิญของมะนาลีคือสวนสนอนุรักษ์ที่ทอดตรงจากเขตเมืองเก่าไปสู่ตัวเมืองใหม่ เราเดินหลบลี้ความวุ่นวายของผู้คนและรถราไปตามสนขนาดยักษ์ที่มีคนเดินน้อยมาก ระยะทางหลายกิโล…อุทยานที่นี่แปลกมาก มีทางเข้าแคบๆ ส่วนทางออกยิ่งแคบและมีลักษณะเกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็นทางออก คือเป็นรูตาข่ายเหล็กที่ถูกเจาะพอตัวคนลอด มีเด็กวัยรุ่นที่รวมกลุ่มสูบบุหรี่อยู่หลังร้านอาหารกวักมือเรียกให้เดินและกระโดดข้ามท่อน้ำทิ้งเขรอะ พอโผล่พ้นบริเวณวัด ค่อยโล่งอกที่พบว่ากลับมายืนที่จุดเริ่มต้นเมื่อเช้าพอดี

บรรยากาศยามบ่าย

บรรยากาศยามบ่าย

ความครึกครื้นกลับมาเยือนตัวเมืองอีกครั้ง กลุ่มเด็กนักเรียนซิกข์จากปันจาบโพกหัวมัดจุกด้วยผ้าสีเลือดหมู พวกหนุ่มๆ นั่งผ่อนคลายด้วยบริการนวดเท้าที่เกาะกลางถนน ขอบอกว่าการช็อปปิ้งที่มะนาลีแสนสนุก มีสินค้าหลากหลายราคาถูกกว่าลาดักและแคชเมียร์ และมีสินค้าหลายอย่างที่แตกต่าง โดยเฉพาะรองเท้าถักพื้นด้วยต้นหญ้าและด้านบนเป็นไหมพรมหลากสีที่ชาวมะนาลีพื้นเมืองใช้ในชีวิตจริง ร้านใหญ่ข้างทางบอกราคาคู่ละ 80 รูปี แต่เราลัดเลาะเข้ามาในตลาดสดต่อรองได้คู่ละ 50 รูปี หรือประมาณ 40 บาทเท่านั้น

ปิดท้ายของวันด้วยสิ่งที่พลาดไม่ได้ เรากลับไปที่ร้านอาหารร้านเดิมเมื่อคืนนี้ สั่งเมนูเหมือนเดิม แต่เพิ่มเมนูเด็ด “ปลาเทราต์รมควัน” ใครจะพลาดปลาเทราต์จากแม่น้ำจากหิมะหิมาลัยที่เยือกเย็นและเชี่ยวกรากจนทำให้ปลาเนื้อแน่นสะอาดบริสุทธิ์ด้วยราคาที่ไม่แตกต่างจากปลาเทราต์ของโครงการหลวงได้ล่ะ
อร่อยจริงๆ
fullfill.

1 Response so far »

  1. 1

    สุนทรี said,

    อ่านแล้วให้นึกถึง ปลาเทราต์รมควัน ไปทานมาถึงถิ่นมนาลีเลยค่ะเมื่อปี51 และลูกสาวได้ไปอีกครั้งเมื่อ มิถุนาปี52 โรงเรียนพาไป แต่กำลังสนใจ แคชเมียร์เพราะวางแผนว่าจะไปมีนาปี53 ขอบคุณที่ให้ข้อมูลดีๆ หวนให้คิดถึงอินเดียอีกรั้ง


Comment RSS · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: